บ่นหน่อยได้ป่ะ... -_-;

 

 

ช่วงนี้เบื่อๆเซ็งๆ คุณฮายาชิไปจองตั๋วกลับไทยปลายปี (วันที่ 27 ธันวา) ก็ high season นั่นแหล่ะ.. แต่ถ้าไม่ hi-season ก็ไปไม่ได้อีก คนทำงานบริษัท.. -_-; (ใครเป็นคนคิดวะว่าช่วงที่คนท่องเที่ยวต้องขูดรีดค่าตั๋วให้แพงขึ้นไปอีก.. เราว่ามันน่าจะกลับกันนะว่าช่วงนี้คนไปกันเยอะตั๋วน่าจะุถูกได้) ค่าตั๋วคนเดียวปาเข้าไป 159,000 เยน.. (TG) คือจริงๆจะจอง SQ เพราะตั๋วของเราเป็น SQ อยู่ แต่มันเต็มหมดแล้ว ก็เลยต้อง waiting list โดยจอง TG ไว้ก่อน.. นี่ไม่รู้ถ้าได้ SQ จะเสียแพงกว่าอีกไหม.. ไม่ได้บินตรงด้วยนะ (เพราะตอนเราจองตั๋วปีไว้มันยังบินตรงไปไทยอยู่ แต่ไปๆมาๆพี่ท่านบอกไม่บินตรงละ.. เราจะอ้อมไปลงสิงคโปร์ก่อนค่อยมากรุงเทพเพื่อให้ท่านเสียค่าน้ำมันมากขึ้น) เป็นการกระทำที่ Eco กับโลกของเรามากที่สุด...

 

กลับบ้านทีคนละแสนหก.. สามคนก็ปาเข้าไป...

 

ทำให้เรารู้สึกว่าตั้งแต่ปีหน้าเราคงไม่ได้กลับไทยอีก และสงสัยชาตินี้เราจะไม่ได้พบกับครอบครัวอีกเลย.. ลาจากกันไปจนตาย เจอกันสิ้นปีนี้เป็นครั้งสุดท้าย -_-; คงอีกนานกว่าจะได้เห็นแผ่นดินนั้น...

 

ค่าน้ำมันก็ลงแล้วและน่าจะลงอีก.. แต่ค่าเชื้อเพลิงเครื่องบินที่มันเก็บเราแยกต่างหากนี่ไม่เห็นมันลงตามเลย.. มีแต่จะคอยหาค่าอะไรต่อมิอะไรมาให้เราเสียอยู่เรื่อย...

 

เรา : นี่ถ้าเราหาเงินได้ 10 ล้านเยนต่อปีมันก็คงจะพอมั้ง (กรูประชดนะนี่)

ฮายาชิ : ฮืมม์.. ถ้าเราหาเงินได้ 10 ล้านต่อปีเราก็จะต้องเสียภาษี 4 ล้าน

เรา : ...... (แค่ฝันลมๆแล้งๆยังถูกทำลาย T^T)

 

เรื่องของเรื่องก็คือ.. เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาแม่เราหกล้ม ข้อมือหัก.. -_-; ต้องเข้าเฝือกเป็นเวลาเดือนครึ่ง.. แล้วข้อมือที่หักก็เป็นข้อมือขวา ทำอะไรเองลำบาก ที่บ้านก็มีพี่ชายอยู่ แต่มันก็ต้องไปทำงานของมัน.. แล้วลูกชายก็ไม่เหมือนลูกสาว จะให้มันมาซักผ้า ตากผ้า กวาดบ้านถูบ้านทำกับข้าวให้กินก็เป็นไปไม่ได้.. -_-; แบบว่าเราก็อยากกลับไปดูแม่ แต่ถ้าเอาเงินเก็บออกมาใช้ขนาดนั้น สงสัยลูกเราไม่ต้องเข้าเรียน อยู่บ้านไปจนกว่าจะถึงเวลาเข้าป. 1

 

ถ้าเรากลับตอนนี้ก็คงต้องยกเลิกที่จะกลับไทยปลายปี.. ตั๋วนายฮายาชิก็ต้องไปแคนเซิล แต่ที่บ้านก็อยากให้เรากลับปลายปีมากกว่า เพราะอยากให้มาอยู่พร้อมหน้ากันตอนปีใหม่...

 

เอาเหอะ -_-; อะไรที่มันช่วยไม่ได้ คิดไปก็เท่านั้น..

 

อีกเรื่องที่ทำให้หงุดหงิดใจคือเพื่อนจะมาเที่ยวญี่ปุ่น โดยจะมากับเพื่อนๆของเค้าด้วย ก็เมล์มาถามว่าเราพาเที่ยวได้หรือเปล่า เราบอกว่าได้..แต่เรามีลูกเล็กๆ ยังเดินเตาะแตะ ก็ไปได้บางที่

 

ไปๆมาๆ.. เป็นคำตอบที่นำพาเราไปสู่ภาระอันใหญ่หลวง... -_-;

 

คือเราแนะนำที่เที่ยวได้ แต่เราไม่ชอบให้ใครมาสั่งว่าหาโรงแรมให้้ด้วย จะเอาอย่างนู้นอย่างนี้ ไปรับได้มั้ย ไปส่งที่นู่นได้ไหม เอารายการเที่ยวเป็นวันๆลิสมาให้หน่อย อธิบายด้วยว่าที่ไหนมันเป็นยังไง มันดังแค่ไหน ช่วยเปลี่ยนรายการเที่ยวให้อีกทีซิ ขอแต่ที่ดังๆได้มั้ย?

 

หนำซ้ำ.. เพื่อนของเพื่อนเค้ายังส่งเมล์มาห้วนๆ เอาที่อยู่บริษัทนึงมาให้ ให้เราหาซิว่ามันเป็นยังไง เปิดให้ชมโรงงานได้รึเปล่า? (ที่อยู่นะ ไม่ใช่ URL ด้วยนะ) @_@; งงๆกับข้อความสั้นๆห้วนๆนั้นมาก... ไม่ได้ดูเหมือนอยากเป็นเพื่อนกับเรา มาถึงก็สั่งงานกันอย่างเดียว.. หรือเพื่อนเราไปบอกคนในกลุ่มว่ายัยนี่เป็นอับดุลอยู่ที่นี่.. รับหาข้อมูลทุกอย่างทั่วราชอาณาจักรญี่ปุ่น..

 

แบบว่าเราไม่ได้รับจัดทัวร์นะ ขอให้แนะนำที่เที่ยวได้ไม่ใช่ให้เรามาทำตารางท่องเที่ยวให้ มีการให้กลับไปแก้ด้วยเพราะไม่อยากไปที่นี่ที่นั่น -_-; 

 

ทีนี้ตอนเรากำลังหาข้อมูลโรงแรมในเน็ท.. อ้วนแว่นมันก็มาเห็น.. มันถามว่าเราอยากไปเที่ยวไหนเหรอ? เราจะไปเที่ยวแบบครอบครัวกันใช่ป่ะ?

 

-_-;

 

พอบอกไปว่าหาให้เพื่อน..

 

เท่านั้นแหล่ะ...

 

ของขึ้นทันที.. -_-; มันถามว่าเพื่อนเราหาเองแล้วเหรอ? หาเองแล้วไม่ได้เลยมาขอให้เราช่วยเหรอ? โรงแรมภาษาอังกฤษเค้าก็มี นี่จะให้ลิสแต่ละที่ออกมาเปรียบเทียบค่าห้องและอะไรต่อมิอะไรให้ดูเลยหรือไง? (นั่นสิ... แต่จะให้ปฎิเสธไปเหรอว่า ไม่.. เมิงหาเอง กรูไม่ได้ทำงาน กรุว่าง แต่กรุไม่ทำให้) -_-;

 

เรารู้.. เพื่อนเรามันไม่ได้ช่วยตัวเองก่อนหรอก... มันนึกได้ว่าอยากได้อย่างนี้ๆๆก็มาบอก คือตามโลจิคคนไทยทั่วไป มันหาก็เสียเวลา เราหาคงเร็วกว่า.. แต่โลจิคญี่ปุ่นคือ เมิงจะเที่ยวหรือกรูจะเที่ยว.. เมิงจะเที่ยวก็ทำเอง.. แต่มาปรึกษาได้ คนญี่ปุ่นจะไปเที่ยวไทย (แบบไปเอง ไม่ได้ธุรกิจ) ไม่มีใครโทรไปขอให้เพื่อนจองโรงแรมให้ ไม่มีใครขอให้เพื่อนไปรับที่สนามบิน ไม่มีใครขอให้เพื่อนพาเที่ยวหรือวางแผนโปรแกรมเที่ยวให้.. ถ้าอยากได้แบบนั้นเค้าไปหาทัวร์ มันไม่ใช่ของที่จะไปขอให้ใครทำฟรีๆ.. (ไม่ใช่ฟรีอย่างเดียว แต่เข้าเนื้ออีกต่างหาก ไม่รู้เค้าคิดว่าเราอยู่แบบเป็นประชากรอภิสิทธิ์ ได้รับการยกเว้นค่าโดยสารพาหนะทุกประเภทหรือเปล่า)  แล้วคือนี่เราไม่รู้ว่าเค้าคิดว่าเราคงจะไปรับที่สนามบินด้วยหรือเปล่านี่.. เราคงไม่สามารถหอบลูกขึ้นรถไฟไปน่ะ

 

นึกถึงตอนเรามาเรียนเป็นนักเรียนต่างชาติที่นี่.. ขนาดว่ามาเพื่อเรียนภาษาญี่ปุ่น แน่นอนว่าภาษาญี่ปุ่นย่อมไม่แข็งแรง แต่จากสนามบินก็ต้องหาทางไปมหาลัยเอง หาทางแบกของไปที่หอเอง.. เพราะแบบโตๆกันแล้ว ไม่มีใครไปรับกัน ทุกวันนี้เวลากลับจากไทยเรายังไม่เคยให้อ้วนแว่นมารับเลย ให้มันมาก็เปลืองค่ารถไป-กลับ ของมันอีก.. กลับเองดีกว่า

 

คือ..เราไม่คิดไรมากกับการทำอะไรให้ใครฟรีๆหรอก (เกิดมาเพื่อเป็น volunteer) แต่อย่างน้อยเราก็อยากรู้สึกว่าเค้าทำอะไรด้วยตัวเองมาบ้างแล้ว.. อย่างเอาภาษาญี่ปุ่นที่แต่งมาให้เราดู กับเอาภาษาไทยมาให้แล้วบอกให้แต่งภาษาญี่ปุ่นให้หน่อยมันต่างกัน... (ไอ้ประโยคสองประโยคน่ะไม่เป็นไรหรอก บางคนมาเป็นหน้า) -_-; เราเห็นใครพยายามทำอะไรมาแล้วย่อมอยากจะช่วยเหลือเป็นธรรมดา... หรือเห็นคนพูดจาแบบเกรงใจเราก็ย่อมรู้สึกอยากช่วยมากกว่าคนที่มาสั่ง...

 

เรากับอ้วนแว่นไม่มีเรื่องส่วนตัวที่จะเอามาทะเลาะกันไง.. เลยต้องทะเลาะกันด้วยเรื่องของคนอื่น.. -_-; (จะว่าไปก็ไม่เชิงทะเลาะ... เราไม่ได้เถียงอะไรเพราะรู้ว่ามันพูดถูกน่ะแหล่ะ.. แล้วอย่างว่าคนเป็นสามีภรรยากัน มันคิดว่าคนอื่นจะมาเอาเปรียบเรามันก็ต้องโมโหเป็นธรรมดา..)

 

เราก็เมล์บอกเพื่อนไปว่า เรามีลูก และเราจะพาไปแต่ที่ที่เราไปสะดวกเท่านั้น และการที่เราต้องอ้อมไปรับมันที่โรงแรมก่อนก็ต้องเสียทั้งเงินและเวลา เราไม่สามารถไปหาแต่เช้าได้ มีงานบ้านต้องทำ คือทำทุกอย่างเสร็จเราถึงไป พาไปเที่ยวก็ไปได้แต่ที่ที่เราสะดวก เพราะเราก็มีงบของเราที่ใช้ได้ในแต่ละเดือนเหมือนกัน พวกเค้าเตรียมงบมาเต็มที่มาเที่ยว.. แต่เราไม่ใช่ เราต้องจ่ายเองและเป็นเงินเก็บของเราเอง สรุปคือเราจะทำอะไรตามที่เราสะดวก ถ้าอยากเที่ยวให้สนุกก็ไปกันเอง แต่เราจะสอนให้

 

พอเราบอกไปอย่างนั้นเพื่อนก็ตอบมาว่าก็เกรงใจเราเหมือนกัน (แล้วทำไมให้หานู่นหานี่?) ก็เอาเป็นว่าให้เราทำแผนการเที่ยวมาให้ แล้วพวกเค้าจะพิจารณาว่าจะเลือกไปที่ไหน อันไหนเราไปได้ก็ไป ไปไม่ได้พวกเค้าจะไปกันเอง (ไม่วายต้องทำแผนการ..) -_-;

 

อยากรู้ว่าที่ไทยไม่มีหนังสือขายหรือไงนะ.. ไอ้แบบที่ว่าที่เกียวโตมีที่ไหนน่าไปบ้าง.. เพราะสมมติเราเขียนชื่อสถานที่ไปมันก็เป็นภาษาญี่ปุ่น ก็ต้องอธิบายอีกว่ามันเป็นอะไร มีอะไรน่าเที่ยว มีความดังแค่ไหน (ซึ่งสรุปได้ว่ามันคือวัดกับเขา ไม่รู้จะบอกอะไรได้มากกว่านั้น)

 

ฮายาชิ : ถ้าต้องทำขนาดเป็นการเป็นงานขนาดนี้ก็จ้างมาเลยดีกว่า ทำไมเธอต้องมาทำอะไรให้ฟรีๆโดยที่เค้านั่งรอเฉยๆด้วย

เรา : มันคือน้ำใจไงเธอ

ฮายาชิ : น้ำใจ?

เรา : ฮื่อ...

ฮายาชิ : เป็นคำที่เอาไว้หลอกตัวเองเวลาโดนหลอกให้ทำอะไรน่ะเหรอ?

 

 

โอ้วววววววววววววว...... T^T

 

 

 

 

 

 



kisara
26 ส.ค. 2551 เวลา 09:35 น.

โอวววว คำสุดท้ายเจ็บปวด
(> <)
004909
26 ส.ค. 2551 เวลา 10:03 น.
คำสุดท้ายเนี่ย หมัด น๊อค เลยนะ เหอๆๆ ...

แต่ที่คุณพุดมาทั้งหมดมันก็น่าบ่นอยู่หรอกนะคะ ...เหอๆ ...
000559
26 ส.ค. 2551 เวลา 10:10 น.
โห...ฮุคสุดท้ายเนี่ย...
คุณฮายาชิวันนี้ขโมยซีนไปเต็มๆ ฮ่าๆ

เลยคิดว่าผมต้องฝากคำขอบคุณไปถึงคุณฮายาชิ
ผ่านไปทางคุณโบว์ด้วยครับ ^^

คือผมเองบางทีก็คิดว่าทำไมเราถึงเป็นอย่างนี้
อยู่คนเดียว (แถวๆ นี้) ก็ไม่รู้ ทั้งๆ ที่คนไทยมี
คำอย่างเกรงใจหรือน้ำใจอยู่กับภาษาตัวเองเนี่ย
แต่บางทีเราก็แกล้งทำเป็นไม่ได้นึกถึงความหมาย
ของคำนี้ซะงั้น (หรือไม่คนพวกนั้นก็อาจจะลืมมัน
ไปจริงๆ ก็ได้แล้ว)

นับได้ว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อมาก
จะยุให้ปฏิเสธไปผมก็รู้ว่าคุณโบว์ก็คงไม่กล้าลงมือ
อย่างคุณฮายาชิอยู่ดี (มันอำมหิตเกินไปเนาะ อิอิ)

ขออนุญาตเอาความหมายของคำนี้ไปใส่ในพจนานุกรมส่วนตัวครับ ฮ่าๆ
:D
ตึงงงงงง อ่านคำสุดท้ายของฮายาชิซังแล้วว น๊อคดาวไปเลยค่ะ ><

แบบว่าโบแอบเห็นด้วยอ่ะ บางคนนี่ไม่มีความเกรงใจกันเลยจริงๆ คือมันแบบโอเค น้ำใจมันก็ต้องมีบ้าง แต่เท่าที่อ่านมา คุณโบว์ใจดีมากๆเลยอ่า แล้วทำไมดูเค้าเอาเปรียบจังเลย

คนที่ใจดี คนที่มีน้ำใจ มักจะโดนแบบนี้บ่อยๆ ติดว่าเวลาเค้าให้ทำอะไร เราก็จะปฏิเศธไม่ลง ตัวโบเองก็เป็นนะคะ บางทีมีน้ำใจจนตัวเองลำบาก พอมาอ่านข้อความของฮายาชิซังเข้า เลย ตึงงงจริงๆ พูดถูกมากๆ คำคมอีกแล้ว ^^ ชอบค่ะ
004971
26 ส.ค. 2551 เวลา 10:30 น.
เหอๆๆ จริงๆข้อมูลหาไม่ยากเลยนะคะ ตามพวกพันทิบเยอะแยะเลย ถ้าเค้าจะหาจริงๆอ่ะ

หนังสือ ไกด์บุคที่เมืองไทยของญี่ปุ่นก็เยอะมากกกกกกก ละเอียดสุดๆ -_-"

หรือไม่ก็แนะนำเค้าเข้าเวปนี้เลยค่ะพี่โบว์
http://www.japan-guide.com
000569
26 ส.ค. 2551 เวลา 10:31 น.
พี่

ที่ไทยเนี่ยมีหนังสือเที่ยวเองไม่ง้อทัวร์เยอะไปค่ะ

ครีมไม่อยากให้พี่มีน้ำใจเยอะเกินแบบนี้เลยอ่า มันเกินไป
000263
26 ส.ค. 2551 เวลา 10:31 น.
ตัวเจอปัญหาหนักอกแบบนี้อีกแล้วอ่า อ่านแล้วก้หนักอกไปด้วย อึดอัดเนอะ ล่าสุดนี่เราเพิ่งเจอแบบ เพื่อนอยากขายของ(สินค้าญี่ปุ่น) มาบอกเราอยากได้นู่นนี่ช่วยซื้อสงมาให้หน่อย คิดกำไรเท่าไหร่ว่ามาเลย แต่ไม่ได้ถามเราซักคำว่าเราอยากทำรึเปล่า พอเบอกไม่อยากขายของ ไม่อยากออกไปตามหาของ ไม่ได้อ่านออกทุกอย่าง ถ้าทำยังงัยไม่นรบกวนผัวที่บ้าน ซึ่งเค้าก็มีงานขอเค้าอยู่ มันเหนื่อยไปหมด

พูดไปแบบนี้ ก็มาว่าเราอีกว่า ไม่รู้จักทำมาหากิน จะขี้เกียจไปถึงไหน

แหนะ ดูมันดิ โคตรโกรธเลยว่ะ เราทำไรผิดวะที่ไม่ค้าขายกับมันเนี่ย

เราก็ไม่ชอบคนมาสั่งเหมือนกัน มาถึงจะเอานู่นนี่ เห็นเราเป็นอะไร
000282
26 ส.ค. 2551 เวลา 10:38 น.
ประโยคสุดท้ายนี่ขวาตรงน็อคเอาท์ -*-

เรื่องค่าน้ำมันนี่ผมยังระแวงๆอะครับ กลัวมันจะพุ่งขึ้นอีกรอบ แค่นี้เศรษฐกิจก็ดิ่งเหวมหาวินาศ เล่นหุ้นไม่มีกำไรแล้ว T_T

ส่วนเรื่องราคา
555. ขึ้นแล้วไม่มีลงครับ เป็นสัจธรรม
house
26 ส.ค. 2551 เวลา 10:51 น.
มันน่าด่าจริง ๆ แหละ คุณโบ ไอ้พวกไม่เกรงใจ (พูดแกรงใจแต่ปาก อ่านละ รมณ์เสียแทน)
002048
26 ส.ค. 2551 เวลา 10:53 น.
โอวววว ประโยคสุดท้ายของคุณฮายาชิแอบโดนใจค่ะ

คือนุกก้แอบเป็นเหมือนกันนะคะ เวลาเพื่อนจะมาเที่ยวที มันไม่คิดอะไรมาเลย ให้เราคิดและพาไปตลอด

ล่ะเราก้ต้องมาเหนื่อย+เสียตังค์กับที่ที่เคยไปเดิมๆอีกแล้ว
จะดีหน่อยก้ตรงที่ถือว่าไปกะเพื่อนนี่ล่ะค่ะ

แต่ขอยืนยันว่ามีนะคะ หนังสือแนะนำเที่ยวของเกียวโตอ่ะค่ะ ที่เมืองไทยมีให้เห็นเยอะแยะที่เป็นนำเที่ยวญี่ปุ่นอ่ะค่ะ
001549
&
26 ส.ค. 2551 เวลา 11:02 น.
การบินไทยแสนห้านี่ราคาตั๋วคนไทย หรือราคาเอเย่นทั่วไปน่ะโบว์
000448
26 ส.ค. 2551 เวลา 11:12 น.
สะใจครับ สะใจสุด ๆ ไปเลย
คนไทยมักง่ายครับ
หนังสือไปเที่ยวญี่ปุ่นใครว่าไม่มีขายในไทย แบบฉบับภาษาไทย ชินจะเอาเล่มที่ซื้อ 2 เล่มที่บ้าน ตบให้ฟันร่วงหมดปากให้ดู แต่ 2 เล่มนี่ก็หนานะครับ คาดว่าถ้าฟันร่วงหมดปาก กรามล่างคงหลุดก่อน
(อืม เล่มละ 200 กว่าบาท รวม ๆ แล้วไม่เกิน 500 บาท 4 สีเกือบทั้งสองเล่ม ข้อมูลครบทุกอย่าง ตั้งแต่ก้าวแรกจากเมืองไทยยันเท้าแตะแผ่นดินญี่ปุ่น)

ไงก็ขอให้แม่พี่โบว์หายเร็ว ๆ นะครับ พี่โบว์จะได้อยู่ทางนู้นจนถึงสิ้นปีได้อย่างสบายใจ

p.s. ขอยืมคำนิยามเรื่องน้ำใจของพี่ฮายาชิไปแปะใน msn นะครับ
Squre-icon
26 ส.ค. 2551 เวลา 11:16 น.
ตอนนี้เมืองไทยบูมหนังสือเที่ยวเมืองนอกเยอะแยะ ญี่ปุ่นยิ่งมีเพียบ...

ถ้าเราไม่สะดวกก็นิ่งไปเลยสิ ยิ่งไม่ใช่เพื่อนโดยตรงนี่ยิ่งสะดวก ตอบเมล์ช้าๆ หายไปติดต่อไม่ได้ซะเลยดีมั้ย แล้วเรามีลูกเล็ก เป็นพี่ พี่ไม่ออกเลย ใครก็ไม่รู้...แล้วการกระเตงลูกเล็กออกไปนี่ก็ลำบากขาดใจ ไม่มีพี่เลี้ยงพยาบาลคอยอุ้มลูกเดินตามอย่างเมืองไทยนิ
000448
26 ส.ค. 2551 เวลา 11:18 น.

คุณฮายาชิสวนกลับมาได้เจ็บปวดมาก T^T

หนังสือที่ไทยน่ะมีเยอะนะโบว์

พี่ปี๊บเองน่ะ ก่อนจะมา ยังไปหาซื้อมาอ่านเลย อ่านแล้วก็มาเล่าให้ย้งฟังเป็นฉากๆ - -"

ซึ่งเอาจริงๆมันก็ดีแหละ เพราะอย่างน้อย เค้าก็ได้สแกนก่อนอ่ะว่า มันมีที่ไหนที่น่าสนใจบ้าง ไอ่เราก็มีหน้าที่พาไปอย่างเดียว

ลองบอกให้เพื่อนไปหาซื้อเองดีไหม?
ถ้าให้แนะนำตอนนี้ก็หนังสือชื่อ " ใครๆก็ไปญี่ปุ่น "
หน้าปกสีชมพู มีตรา YOKOSO JAPAN ด้วย หาไม่ยากค่า

(ถ้าจะเอารายละเอียดมากกว่านี้ เดี๋ยวกลับบ้านแล้วจะเอาชื่อคนเขียนมาให้นะ)


ปล. เพื่อนคนนี้สนิทมากไหม .. ถ้าไม่ และเค้ามีเพื่อน(นิสัยไม่ดี)พ่วงมาด้วยแบบนี้ .. ขอแนะนำว่า อย่าไปพาเที่ยวเลย .. เสียทั้งเวลา เสียทั้งเงิน แล้วแถมจะเสียอารมณ์ด้วยนะ - -"
002983
26 ส.ค. 2551 เวลา 11:20 น.
รู้สึกสะอึก กับประโยคสุดท้ายของคุณฮายาชิ

เพราะโดยส่วนตัวแล้วชอบที่จะช่วยโน่นช่วยนี่คนอื่นตลอด

จนบางทีช่วยไม่ได้ ก็รู้สึกผิดอีกด้วย

-*-
000413
26 ส.ค. 2551 เวลา 11:40 น.
555 ขอเม้นท์หน่อยวันนี้ เพราะโดนหมัดฮุคเหมือนที่ความเห็นบนๆ เขาว่า....แบบว่าอ่านมาดีๆ มาถึงประโยคสุดท้าย โอ้ววว จอร์จ มันใช่เลย ซะอย่างนั้น

เท่าที่อ่านก็รู้สึกว่าถ้าเป็นตัวเองคงอึดอัดเหมือนกัน แต่อยากแสดงความคิดเห็นคล้ายๆ หลายๆ คนข้างบนน่ะค่ะว่าถ้าไม่ใช่เพื่อนสนิทก็ไม่ต้องออกไปหรอกค่ะ สงสารลูกเล็กๆ แค่หาข้อมูลให้นั่นก็น่าจะเพียงพอแล้ว

และช่วยคอนเฟิร์มอีกหนึ่งเสียงว่า หนังสือท่องเที่ยวที่เมืองไทยเพียบค่ะตอนนี้ จะเอาแนวไหนมีให้เลือกได้ตามใจ คิดว่าเพื่อนคุณโบว์คงไม่ได้หาอ่านแน่เลย

000917
26 ส.ค. 2551 เวลา 11:44 น.
ผมว่าขึ้นกับว่าเพื่อนคนนั้นๆ เราสนิทมากแค่ไหน ถ้าเพื่อนสนิทมากๆ ผมก็เต็มใจนะ
V i t o
26 ส.ค. 2551 เวลา 11:48 น.
๕๕๕๕

ปย. นี้ขโมยซีนเห็นๆ

..แอบย้อนกลับไปอ่านหัวข้อ พี่โบว์ตั้งว่าอะไรน้า


003755
26 ส.ค. 2551 เวลา 11:59 น.
คุณฮายาชิพูดถูก ๑๐๐% ค่ะ พูดอีกก็ถูกอีก

หนังสือน่ะมีเยอะค่ะ บอกให้เพื่อนไปเดินซีเอ็ดนะคะ หนังสือสไตล์เที่ยวญี่ปุ่นเองไม่ง้อทัวร์อะไรประมาณนี้อ่ะ เยอะแยะค่ะ

หรือถ้าไม่อยากเสียเงินซื้อก็เปิดเว็บพันทิปนะคะ ไปห้องบลูพลาเน็ต แล้วก็ไปช่องเสิร์ช พิมพ์หาข้อมูลเกี่ยวกับเที่ยวญี่ปุ่น ขี้คร้านจะออกมาเป็นพรืด

แต่ก็อย่างว่าแหละ ขนาดที่ห้องบลูฯ ก็ยังมีไอ้พวกที่สักแต่จะเที่ยว แต่ขี้เกียจหาข้อมูลเอง ดีแต่มาโพสต์ว่า ช่วยทำโปรแกรมให้หน่อย...เยอะแยะ

ขนาดเราไม่ใช่คุณฮายาชิอ่านแล้วยังของขึ้นแทนเลยค่ะ เอาอย่างง่ายสุดๆ เลยนะคะ การลิสต์โปรแกรมเที่ยวเนี่ย ก็อิแค่หารายการทัวร์เมืองที่เราอยากไปจาก Google อยากไปเมืองไหนก็พิมพ์ลงไป แล้วดูตารางที่พวกบริษัททัวร์ทำไว้แล้วก็ลอกไปตามนั้น เว็บการท่องเที่ยวญี่ปุ่นก็มี อยากรู้อะไรถาม Google แค่นี้เองไม่เห็นจะมีอะไรยาก ถ้าเป็นเรา เราคงไล่เพื่อนไปหาข้อมูลทำการบ้านมาก่อนแล้วล่ะ แค่นี้ยังทำเองไม่ได้ก็ไม่ต้องไปเที่ยวมันแล้วญี่ปุ่น ไปให้เป็นภาระคนทางโนเปล่าๆ อยู่เที่ยวแต่ในเมืองไทยเนี่ยเหอะ
000363
26 ส.ค. 2551 เวลา 11:59 น.
ไม่ใช่แค่คนญี่ปุ่นหรอกค่ะ
ฝรั่งก็เป็น

แต่คนไทย เอาง่ายเข้าว่า

หนังสือนำเที่ยวมีเยอะแยะไปค่ะ
ตอนไปเนปาล ไม่มีคนรู้จักยังแงะไปเองได้

สรุปว่า เห็นด้วยทุกประการค่ะ ^_^
002193
26 ส.ค. 2551 เวลา 12:29 น.
ประโยคสุดท้ายโดนใจสุดๆเลย

หนังสือนำเที่ยวมีเยอะมากเลยค่ะ
พี่โบว์บอกไปเลยว่าไม่สะดวก
ถึงเราไม่ไปด้วย เค้าก็ไปเที่ยวอยู่ดีแหล่ะค่ะ

ปฏิเสธเลยค่ะ
000319
26 ส.ค. 2551 เวลา 13:15 น.
คุณฮายาชิพูดได้ตรงมากเลยค่ะ พี่โบว์ ที่สำคัญ ถ้าเราจะมีน้ำใจให้ใคร คนนั้นก็ควรมีน้ำใจและเกรงใจเรากลับด้วยอ่ะค่ะ

ขนาดอยู่เมืองไทย หม่อนมีรถบางทียังโกรธเพื่อนเลยอ่ะว่าทำไมฉันต้องอ้อมเมืองไปส่งแกถึงบ้านด้วย แต่หม่อนก็จะหาข้ออ้างมาใช้ได้เสมอ (ก็ถ้าเขาไม่เกรงใจเรา เราจะเกรงใจด้วยการสร้างความลำบากให้ตัวเองทำไม)

หนังสือเที่ยวญี่ปุ่นหาได้ไม่ยากเลยค่ะ พี่โบว์ลองเสนอเขาสิคะว่าให้ไปหาอ่านแล้วคิดแผนมาให้พี่โบว์ช่วยปรับปรุงให้ (แบบนี้ดีกว่าเยอะ เหอๆ)
000674
26 ส.ค. 2551 เวลา 13:23 น.
บางทีเราก็ควรเรียนรู้การปฏิเสธบ้างมั้งคะ

ไม่งั้นมันก็จะอึดอัดใจอย่างนี้แหละ..

คคห.บนๆ เค้าก็คอนเฟิร์มกันหมดแล้วว่าที่เมืองไทยมีหนังสือเยอะ
(พี่ก็ซื้อมา จากไทย..เพราะจะไปญี่ปุ่นเหมือนกัน)

คนไม่เกรงใจเนี่ย.. บางทีเราก็ต้องคิดว่ามันคุ้มค่ากับมิตรภาพที่เรามอบให้หรือเปล่า
002102
26 ส.ค. 2551 เวลา 13:24 น.
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด สามีพูดคำสุดท้ายได้โด๊น โดนคะ อยากเอาไดอารี่หน้านี้ไปเก็บไว้ที่ไดตัวเองจังเลยค่ะ เวลาคนอื่นมาอ่านจะได้รู้ด้วยตัวเองบ้าง

บางครั้งมันเกรงใจเกินกว่าจะปฏิเสธได้นะคะ ใครไม่เจอไม่รู้
001267
26 ส.ค. 2551 เวลา 13:36 น.
คุณสามีเป็นพระเอกไปเลยวันนี้
001221
26 ส.ค. 2551 เวลา 13:42 น.
(^^") คุณพี่ฮายาชินี่ พูดทีไรกระแทกใจทุกทีเลยคับ 555

จริง ๆ แมวน้ามว่ามันก็ไม่ได้ไปด้วยตัวเองได้ยากขนาดนั้นถ้าอยากไปเที่ยวโดยไม่ต้องรบกวนใคร ยิ่งถ้ามีเพื่อนใจดีแบบพี่โบว์คอยให้คำปรึกษาด้วยแล้วยิ่งง่ายไปใหญ่ แต่ก็.. คนเราคิดไม่เหมือนกันล่ะมั้งคับ บางคนเค้าก็ไม่รู้ว่าที่ญี่ปุ่นไม่เหมือนไทย (__ __!) ญี่ปุ่นนี่เดี๋ยวนี้ที่ซื้อตั๋วรถไฟก็มีภาษาอังกฤษให้เลือกแล้วด้วย (>_<)b

คือไปเที่ยวแบบนี้อย่างน้อยเรา(คนไป)เองก็น่าจะระบุที่ ๆ อยากไปมาให้ก่อนก็ยังดี แล้วค่อยถามว่าจะไปวันไหนอะไรยังไงดี จะบอกว่าที่ไทยมีแผ่นพับเป็นเล่ม ๆ แจกด้วยซ้ำคับ ว่าจะไปโตเกียว/เกี่ยวโต มีที่ไหนดี แล้วที่นั่นมีอะไรน่าสนใจบ้าง พร้อมแผนที่ประกอบดูง่ายกันไปเลย ไม่ต้องซื้อไกด์บุ๊คด้วยซ้ำคับ m(__ __)m

000408
26 ส.ค. 2551 เวลา 13:45 น.
เจนไม่ได้กลับบ้านมา 3 ปีแล้วคุณโบว์ เพราะไม่มีตังส์นี่แหล่ะ แถมจะกลับก็ค่าน้ำมันจิปาถะ บางทีอะไรที่ช่วยไม่ได้ ก็บอกตัวเองว่า ช่างมันเหอะ อย่าไปคิดมาก เอาไว้มีโอกาสก็คงได้กลับ ( คิดไปโน่นเลย )

เรื่องเพื่อนเนี่ย คุณฮายาชิเอาอีกแล้วเนอะ พูดได้โดนมาก ๆ เพื่อนคุณโบว์ก็เกินไปอ่ะ เหอ ๆ ๆ แล้วหนังสือภาษาไทยเยอะมาก มีจัดเส้นทางให้ด้วย แล้วตามเว็บท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นเนี่ย เค้ามีบอกทุกอย่างเลยนะ เป็นภาษาไทย บอกที่เที่ยว จัดตารางเป็นวัน ๆ ให้ด้วย บอกราคา บอกทุกอย่าง

กรุณาค้นคว้าเองเหอะ

ถ้าไม่สนิทคุณโบว์อย่าไปทำให้มาก ไม่ต้องไปเที่ยวด้วยก็ได้นะ เข้าใจนะ อยู่ที่นี่เราต้องเก็บเงินของเราเองอ่ะ

เหมือนไร้น้ำใจ แต่เราก็ต้องคิดถึงตัวเองให้มาก ๆ อ่ะค่ะ

จุ๊บ ๆ กอด ๆ ฝากกอดถึงหนอนน้อยด้วยนะคะ
001023
26 ส.ค. 2551 เวลา 14:20 น.
คุณฮายาชิพูดตรงมากค่ะ
โดนใจจังเลย(เพราะว่าเจอบ่อย)
ถ้า"น้ำใจ"มีความหมายแบบนี้
น้ำก็เป็นคนไม่มีน้ำใจค่ะ
ไม่ใช่ -ยอม- ไม่มีน้ำใจนะคะ
แต่ว่า -ตั้งใจ- ไม่มีน้ำใจเลยล่ะ

^ ^"
002099
26 ส.ค. 2551 เวลา 14:38 น.
ค่าตั๋วแพงขนาดนั้นเลยเหรอโบว์
ปีที่แล้วที่เรากลับตอนปีใหม่
ยังไม่แพงขนาดนี้เลย
ปีนี้มันแพงจังเนาะ

เจอคนมาสั่งแบบนี้เซ็งเลยเนอะ
แต่พูดตรง ๆ ก็ตามสไตล์คนไทยแหละ
004773
26 ส.ค. 2551 เวลา 14:40 น.
ฮ่าๆๆ คุณฮายาชิช่างพูดถูกใจ ฮ่าๆ

เป้ไม่ทำให้นะคุณโบว์ เวลาใครขอให้ทำอะไรให้แบบนี้ จะถามก่อนว่า ลองพยายามหรือยัง ถ้ายัง อย่าหวังว่าจะทำให้ ไม่ทำ จะช่วยเมื่อเค้าไม่สามารถช่วยตัวเองได้เท่านั้น เหมือนคนใจร้ายเลย แต่ถ้าเราใจดี เค้าก็ใช้เราอยู่ร่ำไปค่ะ

อย่างวางแผนการเที่ยวให้ โห ถ้าต้องวางแผนให้แบบนี้ก็ไม่ต้องมาเที่ยวดีกว่าไหม อยู่บ้านสบายดี ไม่ต้องลำบากคนอื่น

แฮ่
000163
26 ส.ค. 2551 เวลา 14:44 น.
โอ้ว..ประโยคสุดท้าย..เด็ดดวงไปเลยค้า ^^ ถูกใจ๊ถูกใจ

เหอๆ..อย่างว่าแหละ..คนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยยอมทำอะไรเองก่อน..ทั้งๆ ที่ก็หาเอาเองได้แท้ๆ เนอะๆ
001994
26 ส.ค. 2551 เวลา 15:12 น.
โบว์ อ่านมาก็มีคำคอมเมนท์มากมายในหัว แอบบ่นแทนโบว์เพียบ แต่จริง ๆ แหละคนไทยเราน้ำใจมาอันดับหนึ่ง แต่ว่า ฮายาชิทิ้งท้ายกระชากหัวใจไปเลย

กลับมาคิดเหมือนกันว่า จริง ๆ แล้วเราเกรงใจคนอื่นมากไปหรือเปล่าอ่ะเนอะ


^_____________^


ยกนิ้วให้คุณฮายาชิเลยโบว์
000201
26 ส.ค. 2551 เวลา 15:39 น.
ดีอยู่อย่างนึงว่าลูกชายไม่ท้องกลับบ้าน
เลยอยากได้ลูกผู้ชาย (^-~)

แป่ว... เกี่ยวกันมั้ยคะ?
fah
26 ส.ค. 2551 เวลา 15:41 น.
คุณฮายาชิรับเหรียญทองไปเลยค่ะ ปล่อยหมัดได้ตรงเป้ามาก

คนเรามันต่างกันเนอะ เราขี้เกรงใจ คนอื่นก็อาจจะไม่ได้คิดแบบเดียวกัน บางทีเลยต้องใช้วิธี ดีมาก็ดีไป ร้ายมาก็ร้ายไปแทน แต่เด๋วนี้พยายามจะ ร้ายมาก็นิ่งกลับไป เพื่อตัวเราไม่ใช่เพื่อเค้า

คนประเภทช่างขอ ช่างสั่ง ยิ่งตามใจยิ่งได้ใจค่ะ
สู้ๆนะคะพี่โบว์ เห็นเจอเรื่องแบบนี้บ่อยๆเลย เหนื่อยแทน
001322
26 ส.ค. 2551 เวลา 15:51 น.
เห็นใจค่ะโบว์

ประเทศไทยไม่เจริญเพราะนิสัยอะไรทำนองนี้ของคนไทย มักง่ายล่ะที่หนึ่งเลย อยู่ในกมล<span style="color: red">+++</span>ทีเดียวเชียว แบมเห็นใจโบว์นะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

000216
26 ส.ค. 2551 เวลา 17:41 น.
(- _ - ;)
เข้าใจความรู้สึกทั้งเรื่องตั๋วเครื่องบินแพง
และเรื่องต้องพาเพื่อนเที่ยว

มนุษย์เงินเดือนอย่างเรา จะหยุดก็ต้องรอวันหยุดประจำปี
ระหว่างรอ ตั๋วก็ยังไม่แพงเท่าไหร่
แต่พอถึงวันที่หยุดได้ ตั๋วก็แพงขึ้นไปสองเท่าเสียอีด
T^T
เรื่องพาเที่ยว ถ้าเพื่อนมาเห็นลูกเล็กๆ ของคุณโบว์ ก็น่าจะเข้าใจนะคะ ว่าไม่ควรรบกวนคุณโบว์มากเกินไป
ถ้าจะให้คุณโบว์พาเที่ยวจริงๆ ก็ควรที่จะต้องออกค่าเดินทาง อาหาร ค่าเสียเวลาให้คุณโบว์ด้วยนะ (ในความคิดเรานะ)

ปล. ถึงเพื่อนของคุณโบว์ และเพื่อนของเพื่อนคุณโบว์
ถ้าจะมา ก็เที่ยวกันเองเถอะค่ะ เที่ยวในญี่ปุ่นไม่ยากอย่างที่คิดนะคะ
ยิ่งถ้าได้หาข้อมูลการท่องเที่ยวเอง จะทำให้สนุกเพิ่มขึ้นนะ เพราะจะรู้รายละเอียดของสถานที่เที่ยวนั้นๆ มากขึ้น
โชคดีนะคะ

000570
26 ส.ค. 2551 เวลา 18:36 น.
อืม เราอยู่เยอรมันนี่ ไม่เคยมีคนมาขอแบบคุณโบว์นะคะ


หรือว่าท่าทางเราจะดูเป็นคนไร้น้ำใจก็ไม่รู้อ่ะ เหอๆ คือก็เห็นด้วยนะว่าเราก็มีงบแต่ละเดือนเหมือนกันไม่เหมือนนที่มาเที่ยวแล้วเค้าก็ใช้จ่ายโครมๆๆอ่ะ เราก็ยเท่าเค้าก็ไม่ไหวเหมือนกัน งบเราจำกัดๆอ่ะ
001858
26 ส.ค. 2551 เวลา 19:41 น.
บ่นมาเลยค่า ระบายมา จะรับอ่าน ^^
004054
26 ส.ค. 2551 เวลา 20:07 น.
ขนาดหน้าเรามีโลโก้ใจดำแปะไว้ คนเรามันก็ยังมาวุ่นวายจุกจิกรบกวนอยู่ได้เรื่อยๆเหมือนกัน
แล้วโบว์มีโลโก้สาวไทยใจดีพาดหัวไว้....ไม่อยากนึกว่ากี่ครั้งแล้วที่ต้องเหมือนอาสาสมัครรับใช้พวกเพื่อนหลอกใช้น้ำใจคนเช่นนี้

เข้าใจความโกรธแทนเมียของคุณฮายาชิเลยค่ะ

000487
26 ส.ค. 2551 เวลา 20:39 น.
เห็นด้วยทุกประการกับสามีคุณโบว์ แต่ไม่เห็นด้วยกับคุณโบว์ คุณโบว์ไม่ยุติธรรมกับกับเพื่อน ถ้าไม่ถูกใจ หงุดหงิดสิ่งที่เพื่อนทำ ก็ควรบอกเพื่อนตรงๆ ว่าไม่ทำ ไม่อยากทำ ไม่เห็นด้วยกับเพื่อน จะมามัวมรรยาทแล้วระบายในไดอารีแบบนี้ บางทีถ้าเพื่อนมาอ่านเจอ อาจจะเสียใจกว่าที่คุณโบว์พูดตรงๆนะคะ คิดดูว่าถ้าเป็นคุณโบโบว์เจอแบบนี้บ้าง จะเสียใจไหมคะ

ขอโทษนะคะ ที่พูดแบบนี้ จริงแล้วชอบอ่านไดอารีคุณมากๆ ได้ประโยชน์มากมายจากไดอารีของคุณ นิยายก็ชอบมากๆ แต่ครั้งนี้คิดมุมต่างว่าหลายครั้งเราก็อาจจะทำไม่ดี พูดอะไรไม่ควรไปเหมือนกัน โดยเราไม่รู้ตัว ไม่ได้คิดด้วยซ้ำไป ของมันมีได้เป็นธรรมดา เพื่อนคุณโบว์คิดและทำแบบนี้ก็ไม่ได้ผิดอะไรนี่คะ
ake
26 ส.ค. 2551 เวลา 20:45 น.
โอว .. หงายเงิบเอาประโยคสุดท้าย
..
..
แอบมาอ่านค่ะ
005037
26 ส.ค. 2551 เวลา 21:07 น.
หานิยามคำว่าน้ำใจไว้อธิบายให้คนต่างชาติฟังมานานมาก เพิ่งเจอที่ตรงสุดๆและโดนใจจังๆวันนี้เองค่า ฮ่าๆ

คุณโบว์คะ ท่าทางคุณโบว์มาทางนี้จะรุ่ง เห็นมีคนมาขอมากมาย บริษัททัวร์ทำการตลาดมากมายยังไม่ค่อยมีลูกค้าเลย รับจัดโปรแกรมทัวร์เป็นรายได้เสริมอีกอันนึงไปเลยค่ะ เอิ๊กๆ คือไม่ต้องนำเที่ยว แค่จัดโปรแกรมนี่แหละค่ะ

สังคมเดี๋ยวนี้มันเป็นอะไรไปหมดไม่รู้ คนไม่มีความเกรงใจอะไรกันแล้ว บางคนขอแค่ตัวเองสบาย คนอื่นจะเป็นไงก็ไม่สน คิดเข้าข้างตัวเองว่า เรื่องแค่นี้เอง ขอให้คนอื่นทำให้เค้าคงไม่เดือดร้อน ทั้งๆที่ไอ้ \"เรื่องแค่นี้\"น่ะตัวเองก็ทำเองได้ แต่ขี้เกียจทำ พอเราลำบากปฏิเสธไป ก็กลายเป็นว่าเราผิดอีก บรรทัดฐานความคิดสังคมสมัยนี้มันอยู่ตรงไหนนะคะ

เห็นใจและเข้าใจคุณโบว์ค่ะ
นุ่น
26 ส.ค. 2551 เวลา 21:19 น.
คนไหนใช้งานได้ ก็จะถูกใช้งานไปเรื่อยๆฮะ
พี่โบว์คงต้องปรับโหมดการถูกใช้ของตัวเองกระมัง
(คือรู้ว่าต้องปฏิเสธแค่ไหน...ไม่ต้องไปแคร์ความรู้สึกของคนรู้จักมากนัก)

เรื่องเงินนี่ คนไทยพูดกันยาก (แต่จะใส่ใจทำไมกับคำว่างกหรือขี้เหนียว)
003020
26 ส.ค. 2551 เวลา 22:49 น.
มาโดนน๊อกหมัดสุดท้ายด้วยคน

แต่ว่ามีคนอย่างนี้เยอะจริง ๆ นะ
โดนถามบ่อย ๆ เหมือนกัน ไปญี่ปุ่นไปไหนดี เที่ยวที่ไหนดี พักที่ไหนดี
พวกนี้ต้องเจอคำตอบแบบเนิร์ด ๆ

"ไปดูคอนเสิร์ตสิ"
"ไปช้อปปิ้งร้านขายยาสิ"
"นอนในคาราโอเกะสิ"

รับรอง หลังจากนั้นจะไม่มาถามอีกเลย
(ไม่ได้โกหกนะ อิฉันไปญี่ปุ่นเพื่อการนี้จริง ๆ นี่นา)
002765
27 ส.ค. 2551 เวลา 08:46 น.
แอร๊ยยยยยยยยยยย
เจ็บกะคำพูดสุดท้ายจิงๆๆ
บอกเพื่อนเค้าไปเลยคะว่าให้หามาเองก่อนดีกว่าแร้วเราจะบอกว่าเราไปที่ไหนได้มั่ง
ไม่ใช้ให้เรามานั่งหาให้มันไม่ใช้เรื่องเลยนะเนี๊ยะ
เพื่อนพี่ก็ทำเกินไป
โกดแทน
555
ถ้าเค้าไม่อยากหาโรงแรมนอนเองหรอทำไรเองก็ให้เค้านอนข้างถนนค่ะ
แร้วก็ให้ไปเที่ยวเอง
004934
27 ส.ค. 2551 เวลา 09:54 น.
โอ้ว
อ่านแล้วโดนหมัดน้อคเหมือนกัน
ฮา

ใจเย็นค่ะ
อยู่โตเกียวนี่เหมือนอยู่เชียงใหม่เลยนะคะ สมัก่อนนี่ไม่มีลูกจะมีเพื่อน มาเที่ยวด้วย มานอนด้วย มาเฮด้วย
เพื่อนของเพื่อน ๆๆ
(ใครมั่งก็ไม่รู้ค่ะ)
เพียบ
แต่ตอนนั้นไม่คิดอะไร อยากเที่ยว ก็ไปเที่ยวด้วย หนุกด้วย
ตอนนี้เหรอคะ
เราไม่สะดวกจริงๆ อย่ามาหวังเลยค่ะ
เซย์โนวววว ตลอด

(เมื่อก่อนขนาดของฝาก เพื่อนของเพื่อนๆ มันยังฝากให้ซื้อแล้วหิ้วเอาไปให้ที่แอร์พอร์ท ตอนนั้นไม่คิดไร แต่ตอนนี้ทำไงกรู จ๊าดง่าวปานฉะนี้)

ฮา
000203
27 ส.ค. 2551 เวลา 10:37 น.

อ่านแล้วนึกย้อน สะท้อนใจ

เฮ่อ เฮ้อ...
001132
27 ส.ค. 2551 เวลา 10:48 น.
เป็นคำที่เอาไว้หลอกตัวเองเวลาโดนหลอกให้ทำอะไรน่ะเหรอ?


เหมือนมีดจิ้มจึกเข้ากลางใจ - -"
000082
27 ส.ค. 2551 เวลา 13:16 น.
ประโยคสุดท้ายของคุณฮายาชิ เจ็บดีแท้ๆ
002737
27 ส.ค. 2551 เวลา 15:33 น.
โอ้ว หมัดน็อค ตรงมาก
ยุ้ย
28 ส.ค. 2551 เวลา 14:01 น.
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic