ปัญหาการใช้เครื่องซักผ้า... -_-;
เครื่องซักผ้าที่บ้านนี้ใช้มาตั้งแต่ตอนที่คุณฮายาชิย้ายออกจากบ้านมา.. รวมๆก็ประมาณ 6 ปีแล้ว.. สำหรับเราก็ธรรมดา แต่อ้วนแว่นมันว่าเก่า.. น่าจะหาซื้อใหม่... @_@; ถ้าอย่างนั้นเครื่องซักผ้าที่บ้านที่ไทยที่ใช้มาเกินสิบปีก็กลายเป็นขยะไปแล้วน่ะสิ... -_-;
จริงๆแล้วเครื่องที่ไทยที่ว่าหน้าตามันก็ยังดูใหม่นะ เพราะว่ามันมีตัวเลขดิจิตอลที่บอกเวลาว่าเหลืออีกกี่นาทีจะเสร็จ (ใช้ตั้ง54 นาทีแน่ะ เครื่องที่ใช้อยู่นี่ประมาณ 30 นาทีเอง)
คือว่ามีปัญหากับแม่ที่น่าสงสัยเกี่ยวกับไอ้เครื่องซักผ้าที่บ้านที่ไทยมานานแล้ว..
อย่างแรกคือ.. เครื่องซักผ้าเครื่องที่ว่าเนี่ยมันเป็นเครื่องใหญ่ แบบซักผ้านวมผ้าอะไรได้ ซักทีต้องใช้น้ำเยอะ แม่ก็จะดองๆๆเสื้อผ้าของคนในบ้านไว้ให้เยอะๆก่อน แล้วซักทีเดียว... แต่คือนิสัยเราที่นี่จะเป็นประเภทซักผ้าวันเว้นวัน คือจะปรับน้ำให้มันน้อยๆ ให้เหมาะกับจำนวนผ้าแล้วก็ซัก... (มันก็ปรับอะไรต่อมิอะไรได้มากมายนะ เคยปรับกันบ้างไหม?) ขนาดส่วนใหญ่เราซักวันเว้นวัน คนญี่ปุ่นทั่วไปยังมองว่าฉกปรก.. @_@; เพราะว่าคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่อย่างน้อยต้องซักผ้าเช็ดตัวทุกวัน คือผ้าเช็ดตัวเนี่ย.. เช็ดครั้งเดียวแล้วลงเครื่องไปเลย ไม่มีการเอาไปแขวนตากใช้วันต่อไปอีก.. ทีแรกเราก็ช็อคที่เห็นไอ้อ้วนแว่นมันเหวี่ยงผ้าเช็ดตัวที่มันใช้เสร็จปุ๊บลงเครื่องไปเลย.. @_@; แต่พอเห็นบ้านที่ชิกะซักทุกวัน..ก็นึกขึ้นมาได้ว่าบ้านโฮสและเพื่อนที่ไปค้างก็ซักผ้าเช็ดตัวทุกวัน.. เลยเปลี่ยนมาซักบ้าง.. แต่เอาเป็นว่าวันเว้นวันละกัน... -_-;
ทีนี้แม่เราไม่เชื่อว่าเครื่องซักผ้ามันจะปรับน้ำได้.. -_-; หาว่าเครื่องที่ญี่ปุ่นมันทันสมัยกว่าก็ต้องทำได้น่ะสิ (หาว่าเราดูถูกอีกนั่น..)
ก็ต้องดองผ้าเยอะๆแล้วค่อยซักทีเดียว.. จนบางทีเรากลับไปไทยแทบไม่เหลือผ้าจะปิดตรูด.. (คือเราไม่ได้ขนเสื้อผ้าขนาดที่พอจะอยู่ได้เป็น 10 วันโดยไม่ต้องซักอะไรเลย) อยากจะไปกดออดขอผ้าข้างบ้านมาซักด้วย.. ผ้าจะได้เต็มๆแม่จะได้ซักผ้าซะที.. คือเราจะซักก็ไม่ได้ แม่บอกต้องรอให้เยอะๆก่อนเดี๋ยวเปลือง... (ก็มาอาศัยบ้านเค้า ต้องเจียมเนื้อเจียมตัว) -_-;
แล้วทีนี้..พอเริ่มซักผ้า... ก็มีปัญหานึงตามมาอีกคือ... ต้องรอใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มลงไปในเครื่อง... @_@
แม่บอกต้องคอยดูไอ้ตัวเลขดิจิตอลที่ว่า.. ต้องใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มตอนระหว่างเลข 25-18 เท่านั้น! (คือตอนเครื่องปั่นเหลืออีก 25-18 นาที... ถ้าใส่หลังที่มันเหลือ 18 นาทีมอร์เตอร์มันจะทำงานอีกรอบ เปิดฝาไม่ได้นึกออกป่ะ) <-- แม่นั่งจับเวลาวิจัยการทำงานของเครื่องมาแล้ว
@_@;
แต่คือ..เราไม่เชื่อว่าจะมีบริษัทไหนมันคิดเครื่องซักผ้าที่ใช้ยากโคตรขนาดนั้นออกมา... (มันไม่เป็นไปตามหลักโลจิกนะเว้ยเฮ้ย) มันน่าจะเป็นพื้นฐานเหมือนกันหมดเช่นเดียวกับเครื่องเราที่ญี่ปุ่นว่ามันจะต้องมีช่องใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มไว้ข้างๆ ให้ใส่ไปเลยตั้งแต่ตอนแรก แล้วไม่ต้องไปแตะต้องอะไรมันอีก..
แต่แม่ไม่เชื่อ... -_-;
แม่ไม่เชื่อว่าอีช่องนรกนั้นมันเอาไว้ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่ม... กลัวว่าใส่ไปแล้วมันจะเสีย... -_-; (ฮ่วย..)
พอเริ่มซักผ้า.. จะเดินออกไปซื้อข้าวมันไก่ก็ไม่ได้.... จะไปไหนไม่ได้ต้องคอยเดินไปดูว่าตัวเลขถึงไหนแล้ว.. แล้วแม่ก็ชอบใช้ให้เราดู.. บอกว่า “ เดี๋ยวโบว์รอใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มด้วยนะ” ในขณะที่ใจเราอยากจะโทรไปถามโรงงานที่ผลิตให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยว่าพี่ผลิตอีฟังก์ชั่นนี้มารึเปล่า? กรูขี้เกียจ
แล้วบางที..ลืม.. เดินไปดูหลายรอบแล้วล่ะ แต่พอถึงอีตัวเลขที่รอคอยขึ้นมาจริงๆ.. 25-18 เนี่ย... ลืม.. @_@;
แม่โมโหมาก.. กลายเป็นความผิดของเราที่ทำให้ผ้าไม่นุ่ม.. (กำจริงๆเลย..)
คราวนี้เราต้องพยายามหาพยานหลักฐานไปให้ได้ว่าไอ้รูที่เห็นมันไม่ใช่หลุมดำที่จะดูดผ้าเราออกไปนอกทางช้างเผือกแต่อย่างใด.. (แต่ถ้าดูดออกไปก็อาจได้เจอกับโกโบริ)
ใครมีเครื่องซักผ้าก็ขอเชิญลงนามประท้วงด้วยว่ารูใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มนั้นมีจริง!! เราไม่ได้ฝันและไม่ได้เป็นเทคโนโลยีเลอล้ำของประเทศญี่ปุ่นแต่อย่างใด!!!
เราต้องไม่ปล่อยให้ผู้(ใกล้)สูงอายุเข้าใจอะไรผิดๆอีก..
-_-;
ภาพที่ทำเมื่อวาน..

โอ้เมื่อมีไฟ..ไฟ..ไฟ... ไม่ใช่ละ... -_-;

เปลี่ยนสีซะ.. ได้อีกฟิลล์

อย่างนี้ก็ชอบ...

นกน้อยในป่า.. ^_^; เน้นสดใส..
อื่นๆ>> http://hayashikisara.warabimochi.net
kisara
20 ส.ค. 2551 เวลา 08:47 น.
ตอนป.2 ได้มั้ง
เข้าค่ายเนตรนารี
ต้องไปอุมบาบะรอบกองไฟ
มันจะเป็นช่องข้างๆผงซักฟอก เป็นรูๆ ตาข่ายๆอะค่ะ
เบสก็ซักผ้าบ่อยนะ..แต่ก็ไม่ถึงกับทุกวัน..แล้วก็ปรับอย่างที่โบว์บอกแหละ..พยายามเข้าใจมันตั้งแต่ยังอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่รู้เรื่อง..ก็เดาๆกันไป
เครื่องที่เมืองไทยก็ทำได้นะ...เหมือนเคยทำมาก่อน..ก็เลยพอมั่วกันไปได้
เพราะชินก็เชื่อและคิดอย่างที่พี่โบว์บอกเหมือนกัน
และเห็นมานานแล้วว่า เครื่องที่ไทยถ้าระดับแบบที่บ้านพี่โบว์มี
มันต้องทำอย่างที่บอกมาได้น่ะครับ
(แต่เชื่อซิครับ ถึงเราจะหาเหตุผลร้อยแปดพันเก้ามาบอกให้แม่เราเชื่อเรา ท้ายที่สุด แม่ก็จะใช้ไม้ตายว่า ต้องเถียงแม่ให้ชนะได้เลยเหรอ เฮ้อ)
p.s. นึกถึงการซักผ้าที่ญี่ปุ่นแล้วก็แอบขำในความซกมกของตัวเองน่ะครับ 555
บ้านหม่อนใช้สิบกว่าปีเหมือนกันค่ะ ตอนนี้ก็ยังทำงานได้ปกติ แถมพอจะซื้อเครื่องใหม่ (เพราะเครื่องเก่าไม่สวยแย้ว) แม่ยังไปตามหารุ่นเก่าอีก (แล้วมันจะมีไหมอ่ะ ตกรุ่นมาเป็นสิบปีแล้วเนี่ย)
ครั้งแรกที่เห็นสามีทำแบบนี้เราก็ งง
แต่หลัง ๆ เริ่มชิน เช็ดแล้วเหวี่ยงลงเครื่องซักผ้าเลย
เครื่องซักผ้าที่นี่เราก็ปรับน้ำได้อย่างเดียวแหละ
อย่างอื่นก็ปรับไม่เป็น
แต่เครื่องที่ไทยถ้าเป็นรุ่นถังเดียว
มันก็น่าจะใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มได้เลยนะ
แต่เครื่องซักผ้าที่บ้านเวลาปั่น (แบบใส่ผ้าด้านข้าง)
มันน่ากลัวมากครับ เต้นราวกับมันกำลังแปลงร่าง
เป็นซูเปอร์ไซย่าร่างสามพลังงานยี่สิบเท่า
(ดูดราก้อนบอลมากเกินไปกลัวพื้นยุบเป็นหลุม
กับเครื่องซักผ้าเปลี่ยนเป็นสีทองจัง)
ผ้าเช็ดตัวผมนี่หมักดองกันสองสามวันครับ
ต่อไปจะเปลี่ยนบ่อยๆ ละ (เพราะเค้าบอกว่า
มันสะสมแบคทีเรีย)
-______-"
เรื่องเครื่องซักผ้าโบไม่รู้เรื่องเลย >< ที่บ้านก็ไม่มีด้วยนะคะ ^^"ปกติส่งเค้าซักตลอดเลย ไม่รู้ว่ามันมีหลุมดำที่ว่าด้วยย แต่ว่าเวลาโบเห็นเครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นทีไร จะคิดว่า โอ๊ววว ของเค้าดีจริงๆ แบบไฮเทค(กว่าสมองโบจะคาดคิด) ประจำ ฮ่าๆ
คนญี่ปุ่นเปลี่ยนผ้าเช็ดตัวทุกวันจริงๆๆค่ะ นายของโบก็เป็นคนญี่ปุ่น ชีเปลี่ยนผ้าเช็ดตัวเช็ดผมทุ๊กวัน ที่บ้านต้องมีสำรองไว้เป้นสิบๆผืน ในขณะที่คนไทยเราๆนี่ อาทิตย์นึงเปลี่ยนที ไม่ก็ 2-3อาทิตย์แล้วแต่ความจ๊กม๊กเนอะคะ อิอิ
ชอบคุณโบว์อัพไดจนต้องขอแอด Fav. แหะๆจริงๆแอดไว้นานแล้วนะคะ พอกระพริบทีต้องรีบเข้ามาอ่าน ^^
เครื่องใหญ่ยักษ์ แต่แม่ต้องซักทุกวัน ทำให้สงสัยว่าแม่พี่มีผ้าอะไรมาซักนักหนาได้ทุกวัน
อ้อ.. รูใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มมีจริงๆ ค่ะ แต่ถ้าเป็นเครื่องรุ่นเก่าๆ (แบบที่มีแต่ปุ่มหมุน ไม่มีดิจิตเหมือนบ้านโบว์) ก็เป็นไปได้ที่ต้องรอเวลาใส่น้ำยา เพราะเครื่องที่บ้านพี่ที่ไทยเป็นรุ่นเก๋ากึ้ก.. แบบยี่สิบปีที่แล้ว
ขำมากเลยค่ะคุณโบว์
แหม
มันไม่ใช่หลุมดำจริงๆ นะ
เฮ้อ
เครื่องที่บ้านนี่ขืนนั่งเฝ้า คงไม่ต้องทำอะไร (เช่นอ่านได)
กร๊ากกกก
มิได้เป็นเทคโนโลยีที่มีแต่ในญี่ปุ่นแต่อย่างใด?? เหอๆ
ยังเก็บไว้รึเปล่าเนี่ย ^^"
และที่ชอบมากกว่า ชื่นชมสิก็คือ งานที่คุณทำเนี่ยศึกษาเองเลย เจ๋งสุดๆ ไปเลยค่ะ .... พอทำได้บ้างนะคะ แต่ไม่ค่อยมีเวลาแล้วก็ไม่เก่งเหมือนคุณเลยค่ะ ชื่นชมจริงๆๆ ขอมาชมบ่อยๆ นะคะ อ้อ เนื้อหาไดอารี่ก็อ่านแล้วเพลินดีค่ะ ได้ความรู้สึกสนุกๆ แบบมองโลกสบายๆ เนอะ ... เมื่อก่อนก็เถียงกับคุณยายเรื่องให้ไปหยิบกระป๋องสีเขียวมา ... เราก็หาไม่เจอ พอยายหงุดหงิดเดินไปดูก็หยิบกระป๋องสีฟ้ามาบอกนี่ไงทำไมไม่เห็น ... เอีก .. ผู้ใหย่เขาก็เชื่อในสิ่งที่เชื่ออยู่อย่างนั้นแหละค่ะ ฮ่าๆ ....
อยากไปอยู่ญี่ปุ่นมั่ง ปั่นล๊า 555 ญุ่ปุ่นดูเป็นเมืองที่สงบเสงี่ยมดีเนอะ ว่าไหมค่ะ
แวะมาทักทาย และ ขอแอด Fav นะคะ ^^
ขอบคุณค่ะ ... ^______^
แต่แม่เรารู้นะว่ามีช่องใส่ แต่เคยใส่แล้วไปแอบดูมันงัย คือ น้ำยาปรับผ้นุ่มมันหายไปก่อนที่เครื่องจะถึงเวลาใส่ แม่เลยคิดว่า เครื่องมันดูดเอาไปใช้ผิดเวลา ไม่ใช่ใส่ตอนล้างน้ำสุดท้าย ทำให้ผ้าไม่นุ่มเหมือนเราใส่เอง
แต่มันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ นะ เลยไม่เชื่อเครื่อง
แบบพวกแฟ้บอีก ใส่เองลงไปในเครื่องดีกว่าใส่ตงช่องของมัน เพราะใส่แล้วบางทีมันดูดเอาไปไม่หมดเหลือเป็นครบด้วยอ่ะ ไอ้พวกช่องใส่แฟ้บเนี่ย
เครื่องใหม่ก็มี option เพิ่มให้ใช้ง่ายขึ้น
แม่พี่โบคงชินอย่างงั้น
รวมผ้าไว้ซักทีเดียวก็ดีนะ ประหยัดน้ำและไฟ
นี่ก็ซักอาทิดละครั้ง หรือ 2 อาทิดครั้ง
แต่ที่ขาดไม่ได้เลยคือเครื่องอบผ้า
ไม่้ต้องตาก ออกมาร้อนๆพับแล้วเรียบเลย ^^
ขยันกันจังเลยนะคะ
สกิลเรื่องพวกนี้ ยิ่งต่ำมากๆ
ชอบงานคุณโบว์จังเลย...
มันมีช่องที่ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่ม จริงๆ นะ
ปล รูปนกน้อยน่ารักมาก ๆ ค่ะ
เครื่องที่บ้านก็ใช้มาสิบกว่าปี สามารถปรับน้ำได้ แล้วก็มีหลุมดำ เอ๊ยมีช่องไว้ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มต่างหาก ด้วยค่ะ
แต่...อ่านแล้วขำมากมายเลย ฮ่าๆ เครื่องซักผ้ามีรูนั้นจริงๆค่ะคุณโบว์ ทำเป็นเอแบคโพล์ไปให้คุณแม่ดูสิคะ แหะๆ
I love นกน้อยในป่า..
Do u have a bigger file, can I have it as my wallpaper for my laptop kha?
(^_^!) แต่คิดว่ายังไงก็ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มไปพร้อมกันได้เลยจริง ๆ นะคับ (^_^")v
(แต่ก็ไม่เคยขึ้นกลากหรือเกลื้อนนะ)
เรื่องเครื่องซักผ้า พอดีว่าแม่ผมไม่ใช่คนหัวดื้อน่ะครับ
อิอิ
ป.ล. แบมเห็นด้วยกับโบว์ทุกประการ
อ่อ โอ้ว่ามีไฟๆๆ นี่ฮามากค่ะ นึกถึงตอนเด็กๆเลย :)
แม่พี่โบว์ อาจจะบอกว่า มันพิมพ์ผิด ^^"
คือ... อากงของอิงก็แนวเนี๊ยะ เอิ๊กกก (เลยพอเดาทางกันได้)
เครื่องที่บ้านที่เมืองไทยก็อยู่มานานแล้ว แต่ถึง 10 ปีหรือเปล่าไม่แน่ใจ
ช่องใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มมันมีจริง ๆ ค่ะ
-"-
ยืนยันๆ
ไม่ได้ซักมานานแล้ว =='
ว่าแต่ ใส่น้ำยา มันมีช่องให้ใส่แล้วนี่คะ เปิดผาไม่ได้ อ่า วาลงชื่อด้วยคนแระกัน อิอิ
วาว่า ซักผ้ามันไมไ่ด้ยุ่งยากขนาดนั้นน๊าาาา
แต่คุณแม่ของเกดก็เหมือนกันเลย ไม่ยอมใส่ช่องนั้น แต่ท่านแม่ให้เหตุผลว่า ใส่ลงในน้ำตน 16 นาทีสุดท้าย ผ้ามันจะหอมกว่า แล้วก็นุ่มกว่า
เกดก็ต้องมานั่งจับเวลาคอยใส่น้ำยาเหมือนกัน
ส่วนเรื่องระดับน้ำนี่ ปรับได้เหมือนกันค่ะ ปรับได้ตั้ง 5 ระดับแน่ะ แถมยังปรับประเภทการซักได้อีกด้วยค่ะ
แคต่นะ ท่านแม่ก็เหมือนกันเลย ชอบให้มีผ้าเยอะๆ แล้วค่อยซัก ผ้าน้อยๆ บอกวาเปลืองน้ำเปลืองไฟ
i only know that my laptop is 15" a' kha
my e mail is buzzingrose@hotmail.com kha\
thank you na kha