หากจะพักบ้านที่มีสามีคนญี่ปุ่น ^_^;

 

บางคนจะมาเที่ยวญี่ปุ่น..

ก็อยากประหยัดอะไรต่อมิอะไรให้มันถูกๆ

เลยขอมาพักที่บ้านบ้างอะไรบ้าง

แต่แบบ.. บางคน..เรายังไม่รู้จักกัน.. เง้อ... @_@;

บางทีอยู่ๆก็มีเมล์ประเภทนี้มา.. แบบว่าไม่รู้เป็นใครยังไงจริงๆ.. @_@; แนะนำตัวมาคร่าวๆว่าชื่อนี้ อยากให้....
(ก.หาที่พักในญี่ปุ่นให้ ข.พาเที่ยว ค.หาที่เที่ยวให้ ง.ขอพักที่บ้าน จ.ฝากซื้อของ ฉ.ฝากดูราคาของหน่อย ช.หาทุนให้หน่อย ซ.แปลภาษาญี่ปุ่นให้หน่อย ญ.ตรวจการบ้านภาษาญี่ปุ่นให้หน่อย ถ.ซื้อตั๋วคอนเสิร์ตให้หน่อย ท.ไปสมัครเป็นแฟนคลับพี่น้กร้องคนนี้เพื่อตามข่าวให้หน่อย น. สองสามข้อรวมกัน) -_-;

ที่มากสุดคือขอให้พาเที่ยวเนี่ยแหล่ะ

คือถ้าคนรู้จักมาเที่ยวญี่ปุ่น (อย่างคนในไดที่เคยเห็นๆกันอยู่) คนเราก็ต้องตื่นเต้น อยากพาไปเที่ยว อยากเจอ แม้จะต้องเสียค่ารถไฟ ค่าเข้าสถานที่เที่ยวเอง แต่คือมันเป็นค่าใช้จ่ายที่เราพร้อมจะเสีย เพราะเราได้เที่ยวกับเพื่อนเรา เราอยากไป จริงป่ะ...

ก็ว่ากันไปตามหลักโลจิคเลย.. ว่าไม่รู้จะไปเสียเงินพาคนไม่รู้จักเที่ยวทำไมว่ะ -_-; มันห่อเหี่ยว ไม่หนุก เพราะว่าค่าเที่ยวในญี่ปุ่นนี้นะ.. กระเป๋าแทบฉีก เงินเก็บก็มี..แต่จะเก็บไว้เที่ยวกับคนที่อยากเที่ยวด้วย.. ปฏิเสธก็ลำบาก จะไปบอก เที่ยวกับน้องไม่หนุก ก็ไม่ได้ -_-; ดูไม่คนไทยเลย..

ก็ไม่ได้เป็นยุวกาชาดแล้ว.. ไม่ได้เป็นมิตรกับคนทั่วไปและไม่คิดจะบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น...

โดยเฉพาะลูกหลานใครต่อใครไม่รู้เนี่ย.. ชอบมาฝากให้พาเที่ยว บางคนจะขอมาอยู่ที่บ้านอีกต่างหาก..

ไม่ใช่อะไร.. เพราะลูกหลานใครไม่รู้เนี่ย จะมาดูคอนเสิร์ต... ค่าตั๋วค่าเครื่องบินค่ากินอยู่อะไร.. บุพการีน้องก็ออกให้หมด.. อยากได้สาวไกด์มาพาเที่ยวเป็นการส่วนตัว มันคงจะสนุกเสียจริง.. (แต่บุพการีไม่ได้มาออกเงินให้ชั้นนะเว้ยเฮ้ยยย)

แล้วคิดซิว่าอีนี่ก็ต้องอุ้มลูกไปทุกที่ยังกับนางนาค ปั๋วกรูก็ไม่ได้ไปสงครามที่ไหน

คือ.. แต่งงานแล้ว.. มีลูกมีปั๋ว..เวลาใครจะไปจะมาหรือจะไปเที่ยวไหนยังไงก็ต้องบอกสามีไว้ก่อนบ้าง ไม่ใช่นึกอยากจะไปไหนก็ไป กับข้าวจะกลับมาทำหรือเปล่า วันนี้จะเอายังไงก็ต้องบอกกันไว้ก่อน..

ตัวอย่างบทสนทนาที่ถูกต้อง

เรา : คุณ XXYY จะมาญี่ปุ่นแหล่ะ
อ้วนแว่น : ใคร?
เรา : คนที่บลาๆๆๆๆ แล้วก็บลาๆๆๆ
อ้วนแว่น : แล้วจะไปเที่ยวไหนกันดี?

แล้วดูอันนี้.. -_-;

เรา : น้องAABB จะมาญี่ปุ่นแหล่ะ.. เค้าถามว่าจะมาค้างที่บ้านได้ไหม?
อ้วนแว่น : ใคร?
เรา : ....... (กรูก็ไม่รู้)

จบบทสนทนา -_-;
ไอ้อ้วนแว่นเนี่ยมันงงๆกับหลักโลจิคของคนไทยบางคนมามากแล้ว..

แต่มาคิดกลับกัน...

เวลาไปไทยก็มีใครต่อใครไม่รู้ เพื่อนพ่อเพื่อนแม่ คนไม่รู้จักนั่นแหล่ะ ได้ยินว่ามาไทย ก็อยากจะพาไปกินข้าว อยากจะพาเที่ยว บางทีอยากอยู่บ้านก็อยู่ไม่ได้เพราะเค้าพยายามจะพาเที่ยว.. แล้วเค้าก็ออกให้เราหมด ขับรถพาไป ค่าอาหารก็ออก ค่าน้ำมันก็ออก นึกออกป่ะ.. ถ้ามีแขกต่างชาติมา คนไทยรับรองเต็มที่ แทบไม่ให้ออกซักกะแดง..

แต่ทีนี้ที่ญี่ปุ่นอะไรๆมันก็แพงไปหมด คนที่จะทำแบบนั้นได้ต้องรวยจริงๆ จะเฮๆๆไปต้อนรับใครก็ตามที่มามันก็ไม่ได้ มันเลยต่างกันมั้ง.. กับคนรู้จัก..คนญี่ปุ่นเค้าก็รับรองเหมือนกัน ปัญหาก็คือ คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับความเป็นคนนอกคนในมาก น้อยอ่ะที่ไม่รู้จักกันแล้วจะพาไปเที่ยวด้วย.. ต้องเป็นคนใจดีที่ดูรักชาวต่างชาติพอสมควรทีเดียว เพราะเวลาเค้าไปเที่ยวเค้ายังไปกันเอง นอกจากครอบครัวที่มีเด็กๆ พวกลุงๆป้าๆผู้สูงอายุแล้ว เค้าก็ถือหนังสือเล่มเดียวเที่ยวกันเองทั้งนั้น ไปไหนไม่จำเป็นต้องมีเพื่อน ไม่ต้องไปขอให้ใครนำเที่ยวไง (พาเพื่อนไปเที่ยวกับไปเป็นคนนำเที่ยวมันต่างกัน)

แล้วคนญี่ปุ่นไม่ค่อยพึ่งกันและกัน จะทำอะไรก็ต้องทำด้วยตัวเอง ถ้าทำไม่ได้ก็เสียเงินจ้างเค้า ไม่มีความคิดจะโทรถามเพื่อนหรือใครให้มาช่วย.. @_@;

นี่คือค่าใช้จ่ายพื้นฐานในการรับจัดการเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ของโยโดบาชิคาเมร่า
1. เซ็ทอัพ PC (ครั้งแรกตอนซื้อเครื่อง) 3,150 เยน~
2. เซ็ทปริ้นเตอร์ @_@; (แค่ต่อสายกับลงโปรแกรมเนี่ยนะ??) 3,150 เยน~
3. ติดตั้งซอฟแวร์ (ก็คือลงโปรแกรมที่เราซื้อมาให้น่ะ) 3,780 เยน
4. Recovery 8,400 เยน @_@;
5. ติดตั้ง Memory (เปิด CPU แล้วเอาไปเสียบ..) 2,100 เยน
6. ติดตั้ง wireless (นี่ก็ไม่เห็นยากเลย) 8,400 เยน

@_@;

ถ้าเป็นคนไทยอ่านแล้วจะแปลกๆว่า เฮ้ย.. อะไรแค่นั้นต้องจ้างเค้าด้วยเหรอ ไอ้ตุ๋ยก็ทำได้..

แต่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ต้องใช้บริการนี้ทั้งนั้น ถ้าเราทำไม่เป็น โดยเฉพาะคนสูงอายุที่อยากจะเล่นคอม อยากจะใช้อินเตอร์เน็ท ต้องให้ที่ร้านทำให้โลด

เราเอง..ก็ไม่เคยขอให้ใครช่วยอะไรเหมือนกัน ทำไม่ได้จ้างเค้าโลดเหมือนกัน.. ไม่ได้รวยหรอก แต่สามีมันก็เสี้ยมสอนมาแบบนี้.. อย่าไปรบกวนคนอื่น.. การตัดสินด้วยตัวเองได้ว่าการกระทำไหนเป็นการรบกวนเค้าหรือไม่เป็นการกระทำของผู้ใหญ่.. -_-; มันว่าอย่างนั้น..

คือมัน contrast กันอย่างแรงระหว่างนิสัยคนไทยกับคนญี่ปุ่น.. ดังนั้นถ้าเป็นบ้านคนไทย แม้ไอ้ตุ๋ยจะเอาเพือนที่เราไม่รู้จักและไม่เคยเห็นหน้ามาค้างด้วยก็เที่ยวด้วยกันได้ คุยกันแป๊บเดียว คนไทยก็สนิทกันแล้ว..

แต่กับคนที่แต่งงานกับคนญี่ปุ่น จะลำบากใจหน่อย สามีมันจะต๊กกะใจอย่างแรงว่าเป็นไปได้ด้วยเหรอที่เพื่อนจะพาคนที่เราไม่รู้จักมาค้างที่บ้านของเราเนี่ยยยยนะ บ้ารึปล่าวววววว บางทีผัวเมียทะเลาะกันไปเลย.. @_@;

อย่างไอ้อ้วนแว่นเนี่ย.. มันค่อนข้างตามใจเรามากนะในหมู่สามีชาวญี่ปุ่น.. แม่เรามาค้างที 3 เดือน เพื่อนเราเคยมาอยู่ด้วยเดือนนึง (เราเสียค่าพาเพื่อนเที่ยวตามที่ต่างๆไปประมาณเกือบ 2 แสน T^T ดีที่มันยังไม่ขอหย่า) ถ้าเพื่อนเป็นผู้หญิงมามันให้มาพักที่บ้านได้ ถ้าเป็นผู้ชายต้องมีแฟนหรือชู้หรือใครก็ตามที่เป็นผู้หญิงมาด้วยถึงจะให้พัก ^_^;

ถือว่ายอมมากแล้วสำหรับชาวญี่ปุ่น.. เอาเป็นว่าใครจะคบหากับคนญี่ปุ่นหรือคิดจะมีแฟนเป็นคนญี่ปุ่นก็พยายามระวังเรื่องนี้มากๆ เพราะ Privacy กับ น้ำใจ สำหรับคนญี่ปุ่นแล้วมันเป็นคนละเรื่องกันเลย... >_<

 

อื่นๆ >> http://hayashikisara.warabimochi.net

อัพนิยายเพิ่มให้อีกตอนแล้วค่ะ m(_ _)m

 

 

ป.ล. สำหรับคนรู้จักที่คิดจะมาเที่ยวมาหาไม่ต้องกระอักกระอ่วนใจอะไรนะ เป็นเรื่องของคนไม่รู้จักกันที่ชอบเมล์มาเฉยๆ ^_^; ไม่เกี่ยวกับพวกเราแต่ประการใดค่ะ.. ^_^; (ก็คงเป็นเด็กๆ แต่อยากให้รู้ไว้ว่ามันมีอะไรๆๆๆมากกว่าที่คิด)

 

ป.ล. 2 อ่านอ้างอิงเพิ่มเติมได้ใน Webpage "เงื่อนไขในการฝากฝัง" ที่มีมานานแล้วทางขวามือค่ะ ^_^;

 



kisara
2 ก.ค. 2551 เวลา 12:42 น
.

ตัว....
เราคอดเข้าใจมาก ๆ เลย

เรื่องที่ตัวเขียนมาเนี่ย เคยหนักอกมาหมดแล้วเหมือนกัน

โอ๊ยยยย แต่สุดท้ายอ่ะนะ ถ้าคนมันไม่รู้จกคำว่าเกรงใจ มันก็หาว่าเราไม่มีน้ำใจอยู่ดี

เหนื่อยว่ะ >_<
000282
2 ก.ค. 2551 เวลา 13:07 น.
ที่โบว์พูดมาเห็นด้วยอย่างแรง...
มันไม่เหมือนเมืองไทยที่อยากไปไหนก็ขับรถไป..
อยากให้มาอยู่บ้านเรากี่วันก็ได้
เบสนะ..เพื่อนญี่ปุ่นไปเที่ยวเมืองไทยเบสพาเที่ยวแหลก
แต่ถ้าเป็นที่ญี่ปุ่นมันไม่อย่างงั้นอ่ะ...
บ้านก็แคบ..ไปไหนก็เหมือนสะดวก..แต่ก็ต้องแลกด้วยค่าใช้จ่ายมากมาย

ตอนแม่กับน้องมา..เบสก็หมดไปเป็นแสนเหมือนกันนะ..ทั้งค่าเดินทางและค่าที่พัก..ทั้งๆที่มาอาทิตย์เดียว
ใจมันอยากพาไป..แต่มันแพงเหลือเกิน..
นี่ขนาดเบสอยู่คนเดียว..ไม่ต้องไปนึกถึงคนอื่นๆในบ้านอีกนะ

ไม่น่าเชื่อว่าโบว์จะเจอฝากฝังอะไรมามากมาย ไปอ่านในเวปเพจของโบว์แล้ว...น่ากลัวมากมาย..
000059
2 ก.ค. 2551 เวลา 13:09 น.
002983
2 ก.ค. 2551 เวลา 13:20 น.
ขำคำนี้อ่ะ
ดูไม่คนไทยเลย...
คนไทยมีน้ำใจ หึ แล้วคนมาขอร้องน่ะ มีน้ำใจคิดถึงใจคนอื่นก่อนบ้างมั้ย

คาใจอีกอย่าง
ไอ้ตุ๋ยคือใคร
หุ หุ
002765
2 ก.ค. 2551 เวลา 13:27 น.
สงสัยผมไปรับจ้างประกอบ ลงคอมที่ญี่ปุ่นดีกว่า

พี่โบหางานให้ผมด้วย ฮ่าๆๆ
001493
2 ก.ค. 2551 เวลา 13:28 น.
จริงๆ เราว่า คนที่คิดด้วยพื้นฐานโลจิคขนาดนี้ มันก็เกินไปอ่ะค่ะ

แต่อ่านแล้วก็พอจะเก็ตแล้วล่ะว่าทำไมคนทางโน้นไม่มีใครรับรองพ่อพี่ม่อนเลย แต่ว่าสถานการณ์มันต่างกันอ่ะค่ะ ประมาณว่าตอนที่คนทางโน้นมาทางนี้ เรายังรับรองเต็มที่ทุกครั้ง และเราก็รู้จักกันดีพอสมควรแล้ว (บางคนนี่ทำงานด้วยกันมาจะเจ็ดปีอ่ะ) ญาติฝ่ายไหนของมันมา เราก็รับรองให้เหมือนกับว่าเป็นญาติเรา ขนาดยอมเสี่ยงตายพามันไปเที่ยวเกาะตอนฤดูมรสุม นั่งเรือฝ่าพายุและคลื่นสูงเกือบ 4 เมตรแน่ะ (มันรีเควสต์กันว่าฉันจะไปเที่ยวเกาะ และขนาดคนชาติเดียวกันกะมันยังไม่มีใครพาไป) แต่พอพ่อพี่ม่อนไปทางโน้นบ้าง มันกลับลอยแพซะงั้น.........นี่แหละ ก็เลยแค้นใจไง

นี่ขนาดว่าต่อไปจะทำแบบที่พวกญี่ปุ่นมันทำกะคนไทยเวลาไปบ้านมันมั่ง (ลอยแพ) เลยนะเนี่ย...


อ่ะขอโทษค่ะ....เผลอบ่นมากไปหน่อย ไม่เกี่ยวกับไดอารี่วันนี้นี่... แฮ่ๆ ^^"
000363
2 ก.ค. 2551 เวลา 13:33 น.
เด็กสมัยนี้เค้าไม่ได้เรียนวิชามารยาทน่ะสิโบว์
ตอนเด็กๆจำได้เลย โดนทำโทษทีไร....ไปยืนหน้าห้องร้องเพลง....ความเกรงใจ เป็นสมบัติของผู้ดี....

ไม่รู้คนไทยเดี๋ยวนี้เค้าเป็นอะไรกันนะ ในหัวนี่มีแต่คติ.....การรบกวนท่าน คืองานของเรา

อยากพึ่งพาคนอื่น ก็จะใช้คำพูดว่า.....คนไทยเหมือนกัน


ตูนเนี่ยคงเป็นพวกเพื่อนต่างแดนใจดำของคนพวกนี้เลยล่ะค่ะ เพราะไว้วานอะไรโดนปฎิเสธเรียบบบบบ

000487
2 ก.ค. 2551 เวลา 13:33 น.
อ้อ....เห็นด้วยกะคุณโบค่ะ เรื่องที่ว่าพวกที่อีเมลมานู่นนี่นั่นทั้งที่ไม่รู้จักกันมันก็ออกจะประหลาดไปซักหน่อย (ไม่หน่อยล่ะ ประหลาดมากๆๆๆ เลยอ่ะ เราว่าต่อให้เป็นคนไทยก็ไม่น่าคิดแบบนี้นะเนี่ย เพราะพื้นฐานการคิดแบบไทยๆ ก็คือ ควรจะมีความเกรงใจกันบ้าง)

เป็นเรา เราก็คงปฏิเสธเหมือนกันค่ะ

แต่นิสัยแบบเราถ้าเจอเอง คงปฏิเสธอ้อมๆ ไม่เป็นอ่ะ ดีไม่ดีได้พูดตรงๆ เว้าซื่อๆ ไปเลย "ก็ฉานยังไม่รู้จักคุณซ้ากกกะโหน่ย คงไม่ไหวล่ะก้า"

ทีเค้ายังไม่เกรงใจเราเลย เราคงไม่ต้องเกรงใจเค้าก็ได้อ่ะ.... ไหนๆ ก็ไม่รู้จักกันอยู่แล้ว โฮะๆ

เอ่อ...อย่าสเชื่อเม้นท์นี้มากนะคะ เจ้าของเม้นท์นิสัยไม่ค่อยดีอ่ะ แฮ่...
000363
2 ก.ค. 2551 เวลา 13:39 น.
อ้อ.... (หลายอ้อนิ.... ทำไมไม่พูดให้จบเลยในเม้นท์เดียวฟะตู 5555 )


จะบอกว่า อ่านเว็บเพจเรื่อง "เงื่อนไขในการฝากฝัง" แล้วถูกใจหลายๆ เด้อค่ะ
000363
2 ก.ค. 2551 เวลา 13:46 น.
อ่านแล้วโดนใจ แต่เรายังไม่เคยมีใคร
ขอมานอนด้วย เพราะเป็นที่รู้กันทั่วว่า
บ้านเราแคบ แต่ก็มีพวกที่มาทำให้ลำบากใจ
เราก็ตัดปัญหาปฏิเสธไปตั้งแต่แรกเลย
004773
2 ก.ค. 2551 เวลา 13:47 น.
อืม อยู่ยากนะนี่ ถ้านิสัยมีน้ำใจมากๆเนี่ย
003928
2 ก.ค. 2551 เวลา 13:50 น.
กรณีนี้ ผมเจอบ่อยนะครับคุณแม่น้องอาคิมาสะ (น่าจะเรียกถูกนะ)

มันเป็นสิ่งที่ผมเอง บอกตามตรง ยอมรับไม่ได้ครับ ด้วยนิสัยส่วนตัวก็ไม่เคยเอาเปรียบใคร แต่จะให้ใครมาเอาเปรียบนั้น

ฆ่ากันเลยดีกว่าครับ
ฝากซื้อใจได้ม๊า >.<

ไม่ใช่ละ ..

********
นอกเรื่องดีกว่า
เพิ่งเห็นหนังสือของพี่
Cherry Blossom นะ
ปกสวยน่ารักสุดๆเรย

(ตกข่าวไปนานมาก) ฮิ ฮิ
003755
2 ก.ค. 2551 เวลา 13:57 น.
รู้สึกงานคอมที่พี่โบว์พูดมา มันจะเป็นงานที่ผมทำให้คนรอบๆตัว(+ต่อไปอีก1-2ทอด) แถวๆนี้นะ

จำพวก เพื่อนของเพื่อนของเพื่อนนี่ก็ยังเคย 555
house
2 ก.ค. 2551 เวลา 14:03 น.
เข้าใจเลยคุณโบว์ ก็มีคนมาขอค้างด้วยนะ แล้วเราก็โอเค หยวน ๆ เป็นพี่ที่ทำงานเก่า แต่บอกไว้ก่อนว่าเราไม่พาเที่ยวนะ ไม่มีตังส์ พอเราบอกโอเค พอจะมาบอกเอาเพื่อนมาอีก 3 เพื่อนนี่เป็นใครไม่รู้ แต่ห้องเราแค่ 6 เสื่อเองนะ ไม่เอา ๆ ๆ รีบปฏิเสธไป ตัดขาดกันไปเลย เศร้า ( เค้าตัดเรา หาว่าเราไม่มีน้ำใจ เหอ ๆ )

ส่วนเพื่อนสนิท ( เปีย ) มันมานะ แต่มันบอกว่าถ้าไม่สะดวกไปนอนโรงแรมก็ได้ ขอแค่จองโรงแรมให้หน่อย โห นี่เพื่อนสนิทนะเนี่ย ทำไมเกรงใจเราว้า

เฮ้อ เอาเป็นว่าเข้าใจเน่อ ซึ้งใจเลยหล่ะ

ทำทุกอย่างเองหมด เพราะงก ฮา ๆ ไม่ได้แอ้มฉันหรอกโยโดบาชิ เอิ๊ก ๆ
001023
2 ก.ค. 2551 เวลา 15:51 น.
เข้าใจอย่างยิ่งยวด แม้กระทั่งญาติเราเองเรายังเกรงใจสามีเลย ที่เกรงใจเพราะเค้าเป็นคนหหาเงินน่ะ ที่ญี่ปุ่นอะไรก็เป็นเงินไปหมด มันเทียบกันไม่ได้จริงๆเลยค่ะ

กลัวที่สุดเรื่องเพื่อนหาว่าไม่มีนำใจนะคะ อยากเซฟหน้านี้ไว้ให้คนอื่นอ่านจริงๆเลยค่ะ
001267
2 ก.ค. 2551 เวลา 16:57 น.
เอ้าอันนี้ยังไม่มี...
พี่คร้าบ หาสาวญี่ปุ่นยังโสดให้ผมคนสิคร้าบ 55
:P
000318
2 ก.ค. 2551 เวลา 19:19 น.
สงสัยต้องเขียนเรื่องนี้ซ้ำปีล่ะครั้งกระมัง

. . .
003020
2 ก.ค. 2551 เวลา 19:26 น.
มีอีกหลายอย่างค่ะ เช่น หางานให้หน่อย โอ๊ย ชั้นไม่ได้เปิดบริษัทจัดหางานนะ หรือไม่ก็ รับรองเพื่อขอวีซ่าให้หน่อย จะบ้าเหรอ เป็นใครล่ะเนี่ย พ่อแม่พี่น้องก็ไม่ใช่

รู้สึกคนพวกนี้ไม่คิดก่อนขออ่ะค่ะ เซ็งจริง ๆ
000163
2 ก.ค. 2551 เวลา 19:35 น.
(@_@!) อ่านแล้วเห็นว่าไปดูคอนเสิร์ต ใจกายวาบ (แบบว่าแอบเมาแล้วเมลล์ไปตอนไหนหรือเปล่าหนอ -- ---") 5555 แต่ไม่ใช่นู๋น๊า (>3<)/

เสียดายเหมือนกันคับ (T_T) คราวนี้(และคราวไหนๆ)เป็นทริปประหยัด (T_T) เลยไปหาพี่โบว์ที๋โอซาก้าไม่ได้เยย อยากเจออาคิ (>3<) <-- ตกลงไปหาใคร? 5555

000408
2 ก.ค. 2551 เวลา 19:47 น.
^
ใจหายวาบ
000408
2 ก.ค. 2551 เวลา 19:48 น.
บอกชินมาเลยพี่โบว์ ว่าคนไทยคนไหนมันกล้ารบกวนอะไรบ้าบอกแบบที่พี่โบว์ว่ามาข้างบน
ชินจะไปด่า ระรานให้มันหายไปจากโลกไซเบอร์เลย เด็ก_่าอะไรกันเนี่ย คำว่าเกรงอกเกรงใจคนอื่นมันไม่มีเลยเหรอ
รู้จักมักจี่ก็ไม่ใช่ แกเป็นใครหือ ?

p.s. โอ้ย อ่านแล้วอดมีน้ำโหไม่ได้จริง ๆ
p.s. ขอโทษด้วยนะครับที่เมื่อวานส่งเมลล์ย๊าวยาวไปหาอีกล่ะ ^^;
Squre-icon
2 ก.ค. 2551 เวลา 20:06 น.
อย่าไปรบกวนคนอื่น..

อ่าชอบคำพูดนี้จังค่ะ

ก็จริงนะคะ คนไทย ใจดีมากๆ
บางครั้งเราเลยรุ้สึก ไม่แปลกใจ ถ้าเราจะขอความช่วยเหลือจากคนอื่นบ้าง ^^

อ่า เด๋ววาก็ต้องเป็นไกด์ พา สากลเอสเจ เที่ยวที่ไทยเหมือนกัน

อ่าไม่เชิง เที่ยวหรือกค่ะ แต่ก็ ไกด์จำเป็นบ้างเหมือนกัน

อ่าก็ช่วยเขาซื้อบัตรไปมากโขอยู่ เอิ๊กกก
พอจะถึงเวลาที่พวกเขาๆมากันก็เลย อ่ะนะ
เครียดค่ะ คิวเพียบ ก๊ากกกกก

อ่า วาเคยอ่านเงื่อนไขการฝากฝังแล้วหล่ะค่ะ อิอิ

แอบฮาเหมือนกัน ตอนแรกไม่คิดว่า จะมีคนกล้าเมล์ไปด้วยหรอ ไม่รู้จักกัน
การขอคำแนะนำบ้างนิดหน่อย ก็น่าจะโอเค แต่นี่จะไปค้างบ้าง เอ่ออ ไม่ไหวอ่ะค่ะ เอิ๊กๆ
ถ้าไม่ offer มาให้ ก็มิกล้าเอ่ยปากแม้แต่น้อย มันเป็นการรบกวน แบบที่ อ่า เจ้าตัวก็ไม่รู้จะปฏิเสธยังไง เอิ๊กๆ

อ่าพี่โบว์แอบใจดีเหมือนกันนะเนี่ย ^^


อ่าลงนิยายอีกตอนแร้วว แว๊บๆไปอ่านก่อน
อยากรุ้ว่าจะทะเลาะกันไปถึงไหนแล้ว เอิ๊กๆๆๆ
001098
2 ก.ค. 2551 เวลา 21:10 น.
เข้าใจมากๆ เลยค่ะ
ไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้ลืมคำว่าเกรงใจกันไปแล้วหรือไง
002737
2 ก.ค. 2551 เวลา 21:53 น.
เป็นวัฒนธรรมที่ต่างกันค่ะ

ที่ทำงานมีเพื่อนฝรั่งจะแต่งงานกะสาวไทย
บางทีอธิบายวัฒนธรรมให้จนเหนื่อยใจ ท้อไปเลย

แต่เดี๋ยวนี้ ความเกรงใจ ของคนรุ่นใหม่ก็น้อยลงไปจริงๆ
002193
2 ก.ค. 2551 เวลา 23:24 น.
คุณโบ๊วววว์

เพิ่งอ่านนิยายมา สติแตกมากมาย ได้โปรดเขียนต่ออีกนิดเถอะค่ะ

- มิเตอร์ความอยากอ่านพุ่งถึงขีดสุด -

กลับมาเรื่องได... อ่านแล้วเข้าใจมากๆค่ะ เคยเจอเหมือนกัน แต่ไม่ใช่คนที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยแบบคุณโบว์นะคะ แต่จะเกี่ยวห่างๆ อย่างลูกของเพื่อนแม่ที่ส่วนตัวแล้วไม่เคยเจอกันอะไรแบบนี้ ซึ่ง...แค่นี้ก็อึดอัดมากๆแล้ว

ถ้าเจอแบบของคุณโบว์นี่คงกระโดดถีบขาคู่ไปเลย ช่างกล้าจริงๆ คนอะไร

ปล.เมื่อกี้เม้นท์ไปทีก่อนอ่านนิยายแล้ว ทำไมไม่ขึ้น กระซิกๆ
นุ่น
2 ก.ค. 2551 เวลา 23:41 น.
ขอบคุณสำหรับพรวันเกิดค่ะ ^^

บางอุปนิสัยมันก็ค่อนข้างไม่ค่อยไปด้วยกันเนอะ
คนไทยชอบความเป็นมิตร เข้ากันง่าย สบายๆ ซึ่งจริงๆก็มองว่าเป็นนิสัยที่ดีนะ น่าคบหา
แต่อีกด้านคือทำให้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักเคารพพื้นที่ส่วนตัวคนอื่นซะเท่าไหร่

ถ้ามุกเจออย่างพี่โบว์แล้วใจร้อนๆแบบมุกนี่ หุหุ มุกว่าสงสัยไม่แค่งงงวย แต่จะว่ากลับด้วย ไม่รู้จักกันแต่มาฝากฝังไรมากมายอย่างกะญาติตั้งแต่บรรพกาล อิอิ

(อยากดูรูปน้องอาคิค่ะ >.< ติดแล้วเนี๊ยะ ชอบมารอดูรูปน้องทุกครั้งที่ไดพี่โบว์กระพริบเลยค่ะ 55+)
001322
3 ก.ค. 2551 เวลา 01:49 น.
เป็นผม ผมก็ต๊กกะใจนะเหอๆ.,.


ประทับใจคำนี้ "ไอ้ตุ๋ยก็ทำได้..
" เยสสสส
004236
3 ก.ค. 2551 เวลา 01:51 น.
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ จริงๆไม่ว่าชาติไหนก็ตาม ถ้าไม่รู้จักคุ้นเคยกันมากๆ เค้าก็ไม่กล้าขอไปพัก หรือให้พาเที่ยวหรอกค่ะ

ของไทยเราก็พอเข้าใจว่าที่ไทยใครไปมาก็ต้องพาเที่ยวเหมือนเป็นธรรมเนียมไปซะแล้ว แต่ที่ต่างประเทศมันแพงจริงๆ ถ้าไม่ได้สนิทกันจริงๆก็ไม่อยากพาไปไหนเลย ขนาดตัวเองจะเที่ยวยังต้องคิดแล้วคิดอีกเลย

แต่พวกที่ไม่ได้รู้จักมักคุ้น แล้วขอมาพักด้วย ขอให้พาเที่ยวหน่อยนี่ ไม่รู้คิดได้ยังไงนี่ สงสัยจะไม่รู้จักคำว่าเกรงใจ

นิยายเขียนเก่งมากๆเลยค่ะ อ่านแล้วอิน หายใจไม่เต็มปอดทุกครั้งเลยค่ะที่อ่าน ลุ้นจนเกร็งไปหมด
002520
3 ก.ค. 2551 เวลา 02:37 น.
ใช่เลยคุณโบว์ในสังคมของญี่ปุ่นต่างกับคนไทยมากมากเลยอ่ะ (เรื่องนี้อ่ะ)
ขนาดทำงานยังมีนอกมีใน uchi/soto

ทำงานกับคนญี่ปุ่นก็รู้สึกคะ ก็พยายามเข้าใจ ว่าต่างกันจะได้ปรับตัวได้

สู้ สู้ (บอกตัวเองอ่ะคะ) ไปทำงานต่อนะคะ
LM
3 ก.ค. 2551 เวลา 12:59 น.
นิสัยคนไทย สั้นๆเลย -....-
ยุ้ย
3 ก.ค. 2551 เวลา 20:36 น.
แอบแว๊บมาอ่านค่ะ ว่าจะอ่านหน้าล่าสุดแต่เจอประโยคสกัดดาวรุ่งเลยมาอ่านหน้านี้ก่อน เหมือนจำได้ว่าปีที่แล้วคุณโบว์ก็เขียนเรื่องประมาณนี้ ยังนึกในใจเลยว่า โห การอยู่ญี่ปุ่นแล้วทุกคนรู้นี่หนักหนาสาหัสอยู่มากเลยนะเนี่ย

เห็นด้วยอย่างยิ่งว่านิสัยคนไทยต่างจากชาติอื่นจริงๆ แล้วเด็กๆบางคนเค้าก็คิดถึงแต่ตัวเองเท่านั้นจริงๆ

ง่าหมดเวลาอู้แล้ว กลางเดือนจะมาอ่านย้อนและพยายามมาอัพไดต่อค่ะ
004717
4 ก.ค. 2551 เวลา 22:01 น.
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic