Shimane Trip 2008
โกลเด้นวีค ไปบ้านยายที่ชิมาเนะมาค่ะ ^_^ ตั้งแต่ที่เป็นมรดกโลกไปเมื่อปีที่แล้วก็เพิ่งไปครั้งนี้เป็นครั้งแรก...
คือเป็นมรดกโลกไปทั้งหมู่บ้าน.. บ้านยายก็เลยเป็นมรดกโลกไปด้วย -_-; ที่แย่ก็คือจะปรับปรุงซ่อมแซมอะไรตามใจไม่ได้ ทำอะไรต้องปรึกษาทางเมือง.. ถ้าจะรีฟอร์มบ้านก็ต้องรีฟอร์มตามแบบที่ทางเมืองมีไว้ให้ (แต่ทางเมืองจะออกเงินให้เป็นจำนวนพอสมควรอยู่..)

บ้านยาย
ที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือราวกับหนังฮอลลิวู้ดเลยก็คือ... มีนักท่องเที่ยวมากมายมาเดินผ่านบ้านยายกันให้วุ่นไปหมด @_@; เพราะเป็นทางผ่านที่จะไปที่เหมืองซึ่งเป็นจุดสำคัญของการเป็นมรดกโลกนี้... (เคยเข้าไปแล้ว คือมันก็ไม่ได้มีอะไรนะ ก็เป็นเหมือนขุดแร่เงินเก่าที่ยังอยู่ในสภาพดีน่ะ) แต่ก่อนก็ให้รถเข้าได้แต่พอตั้งแต่นักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น รถก็แล่นผ่านมากขึ้นทำให้เกิดมลพิษกับคนอยู่อาศัยแถวนั้น -_-; (เช่นคุณยาย) แล้วแต่ละคนก็อายุอารามมากกันแล้ว (นัยว่าคุณยายฮายาชิอายุ 76 แทบจะสาวสุดในหมู่บ้าน) ก็เลยให้รถเข้าได้ถึงระยะนึง (นอกจากรถของคนที่มีบ้านอยู่แถวนั้น) จากนั้นก็ต้องเดินเข้าไป

หน้าบ้าน.. ปกติไม่มีใครมาเดินผ่าน.. @_@;

เอาอาคิไปเดินเล่นบ้าง

เดินไปไม่เท่าไหร่ทางมันจะกลายเป็นแบบนี้...

จากนั้นก็แบบนี้ ^_^;




จากที่จอดรถไปเหมืองก็เป็นระยะทางประมาณ สองกิโลกว่าๆ ถ้าจะเข้าเหมืองใหญ่ (ต้องทำการจองก่อนด้วย เพราะกำหนดให้เข้าได้อย่างจำกัด) ต้องเดินต่ออีกประมาณ 1.5 กิโล แต่ก็เป็นทางธรรมชาติ.. ไม่ได้เหนื่อยอะไร มีจักรยานให้เช่า แต่ก็เข้าไปได้ระยะนึงก็ต้องไปจอดอยู่ดี นอกจากนี้ก็มีรถบัสระบบไฟฟ้า (ไม่มีมลพิษ) พาเข้าไประยะนึงเหมือนกัน (เสียเงินทุกอย่าง กรุณาเตรียมเงินไปมากๆ -_-;)
พอมีบ้านอยู่ในเขตท่องเที่ยวก็พบกับความลำบากหลายอย่าง -_-; อย่างแรกก็คือมีพวกนักท่องเที่ยวไร้จิตสำนึก กินอะไรก็มาทิ้งๆขว้างๆตามทาง สูบบุหรี่ก็ทิ้งเรี่ยราด (ถ้าเกิดไฟไหม้ขึ้นมาทำไงฟะ ยิ่งมีแต่คนแก่) มีคนจากข้างนอกมาปลูกบ้าน เอาของมาขาย การขายของมันก็ต้องใส่ถุงกระดาษ ถุงพลาสติกหรือเสียบไม้หรืออะไรก็ตาม แต่มันก็ต้องเกิดขยะ (เพราะยังไงมันจะต้องมีนักท่องเที่ยวไร้จิตสำนึกอยู่) บางทีการจะเป็นคนขายก็ควรมีจิตสำนึกในระดับหนึ่งว่าจะใช้วัตถุดิบอะไรยังไงไม่ให้มันเกิดผลเสียต่อธรรมชาติ ไม่ใช่สักแต่ว่าจะทำแต่ธุรกิจ จะเอาแต่เงินอย่างเดียว.. -_-;
ความลำบากอีกอย่างหนึ่งคือ คนเดินผ่านหน้าบ้านเยอะมากจนแทบจะเอารถออกไม่ได้ ถนนก็แคบ... พอเอารถออกก็มามองหน้าเหมือนแบบว่า นี่มันสถานที่ท่องเที่ยวนะ อย่าเอารถออกมาขับได้มั้ย -_-; สวนบ้านยายก็ไม่ได้มีอะไรมาก แต่คนก็มายืนชื่นชมถ่ายรูป บางคนมาเด็ดดอกไม้ไปด้วยนะ -_-# มันอะไรกันเนี่ย...
นักท่องเที่ยวบางคนก็มาเคลมบ้าบอคอแตกมากมาย -_-; เคลมว่าไม่สะดวกงู้นงี้ ไม่เจริญ เดินไกล บันไดชัน น่าจะทำทางเดินเทปูนให้หมด ถนนลื่นอันตรายสำหรับลูกเค้า -_-; ควรจะมีรถบัสบริการให้ถึงข้างหน้า โคลนติดรองเท้าบ้าอะไรก็เคลม ที่สำคัญคือบอกว่ามือถือไม่มีคลื่น ควรจะดำเนินการเอาเสามาตั้ง (เมิงมาแค่วันเดียวจะเอาอะไรมากมายฟะ.. จะมาโทรหาใครแถวนี้ อยากอยู่สบายจะออกจากบ้านมาทำไมเนี่ย) -_-;
ไม่น่าเป็นมรดกโลกเลย... เป็นอย่างแต่ก่อนก็ดีแล้ว วันๆไม่มีใคร นั่งมองภูเขามองฟ้าไป.. ไม่มีอินเตอร์เน็ท.. ทีวีรับได้แค่ 2-3 ช่อง.. -_-; ช่วยยายปลูกผักหลังบ้าน กลางคืนคอยไล่หมูป่า ไล่ลิงที่จะลงจากเขามาแอบขโมยกิน (หลังบ้านติดกับเขา)

สวนหลังบ้านยาย...

อาคิเล่นดินเล่นทราย... ^_^;
แต่ข้อดีก็มีอย่างนึงคือ.. ถนนที่จะเข้ามาที่หมู่บ้านปรับปรุงใหม่หมด ดีขึ้นมาก... (ถ้าไม่ได้เป็นมรดกโลกก็คงไม่คิดจะทำ) และมีทางด่วนเชื่อมมาลงที่ตัวจังหวัดได้เลย ทำให้การเดินทางไปกลับเร็วขึ้น
พ่อแม่คุณฮายาชิบอกว่าอาจจะกลับมาใช้ชีวิตที่นี่หลังเกษียณ จริงๆก็อยากเอาอาคิมาเรียนที่นี่ (โรงเรียนอยู่ข้างบ้านเพราะเป็นพื้นที่ของบ้านยายมาก่อนแล้วขายแบบแทบจะยกให้ฟรีกับทางเมืองเพื่อเอาไปทำเป็นโรงเรียน) ป.1-ป.6 รวมกันแล้วมีไม่ถึง 10 คน... ไม่รู้จะล่มสลายไปเมื่อไหร่.. -_-;
ก็ไม่แน่.. ซักวันเราอาจจะทิ้งชีวิตเมืองแล้วไปเปิดร้านน้ำชาอยุ่แถวนั้นก็ได้นะ... ^_^;

บ้านยายแบบเต็มๆ

หมอกยามเช้า.. (ถ่ายหน้าบ้าน)

ในตัวหมู่บ้าน

หน้าบ้าน



ตู้เครื่องดื่ม


ขโมยต้นไม้บ้านยายมาปลูก.. นายฮายาชิกำลังพยายามอยู่.. (ส่วนลูกยุ่งมากเลยจับเล่นน้ำซะเลย)

หนุกหนาน.. เล่นในอ่างไปก่อนแล้วกัน เพราะมันยังไม่ถึงฤดู... ^_^;
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอิวามิกินซังได้ที่ http://www.iwamigin.jp/ohda/minasdeplata/ginzan/
อื่นๆ>> http://hayashikisara.warabimochi.net
kisara
7 พ.ค. 2551 เวลา 09:18 น.
(^^)
บ้านเบิ้นคุ้นตาแท้น้อ
เหมือนเคยดูในเรื่อง Village's Album น่ะครับ
แต่นะ...หมู่บ้านหลายๆ แห่งในญี่ปุ่น
ก็คงจะหน้าตาคล้ายๆ กันแหละเนาะ
ไม่น่าจะใช่
-____-"
แต่อยากอยู่สงบ ๆ เนอะ เฮ้อ อาคิโตไวจริง ๆ
อยู่อย่างสงบ ๆ แบบเก่าก็ดีแล้ว
ไม่น่าเชื่อว่าที่ญี่ปุ่นก็มีนักท่องเที่ยวไร้จิตสำนึกทิ้งขยะไม่เลือกด้วย..
ไปเที่ยวเมืองมรดกโลกที่เบลเยียมมาเหมือนกันค่ะ.. อันนั้นก็เป็นเมืองน่ารักๆ ผู้คนเยอะแยะ.. แต่ก็ยังดูสะอาดเรียบร้อยดี..
เฮ้ ที่ไหนเป็นที่ท่องเที่ยวมันจะไ่เหลือความเป็นส่วนตัวเลย แถวยังต้องปวดหัวด้วย
เฮ้ออออออออออออ
คงจะอากาศดี (ถ้าไม่มีนักท่องเที่ยว)
ชอบ:
- ทางเดินเข้าเหมือง ร่มรื่น เขียวขจี
- ชอบตู้น้ำ เก๋มาก
- ชอบตู้จดหมายด้วย ส้มเชียว
- น้องอาคิน่ารัก
เมื่อก่อนคงเงียบ ๆ น่าอยู่ตอนแก่ อิอิ
เมืองไทยคงต้องเป็นทางเหนือ
สวย น่าเที่ยว น่าไปค้นหา
แต่ไม่ชอบอย่างเดียว คือ คนเยอะ ^^"
p.s. ตู้เครื่องดื่มเจ๋งมากเลยครับ
p.s. เฮ้อ! อยากไปอยู่กลางป่ากลางเขาอย่างนี้จัง
คิดแล้วแอบเสียดาย 2 ปีที่แล้วเกือบจะมีดอกาสได้ไปญี่ปุ่น
ช่วสงนี้ไม่ค่อยได้แวะมาเท่าไหร่ที่นี่
พี่โบว์สบายดีหรือเปล่าครับเนี่ย
(@_@) ตู้กดน้ำยังแปลงร่างให้เข้ากับมรดกโลกได้ สุดยิดจริง ๆ (>_<)b
ระเบียงบ้านพี่โบว์ วิวดีมากแน่ ๆ เลยคับ ^^
คิดถึงอาคิกันเลย
บรรยากาศน่าอยู่จังครับ
น่าเดินจัง
ถ้าได้ไปหลาจี่ไม่ยอมเสียเงินหรอก
เดินเท่านั้น น่าสนุกกว่าเยอะ
ทำทางเดินเทปูน ? โคลนติดรองเท้า ?
เข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า
เอางี้ ไปเดินเล่นในเมืองละกันนะคะ ไม่ต้องมาแถวนี้เลย
ตู้เครื่องดื่มกับตู้ไปรษณีย์น่ารักจังค่ะ
แต่นักท่องเที่ยวก็ควรจะมีระเบียบวินัยด้วยเนอะ
ความจริงไปเที่ยวไกลๆ กินบรรยากาศธรรมชาติ ก็น่าจะทำใจเรื่องสัญญาณมือถือหน่อยเนอะ
ฟังดูร้านน้ำชาก็เป็นไอเดียที่สงบดีนะคะโบว์
อาคิน่ารักเช่นเคยค่ะ
มองต่างมุมนะคะ ปกติมองด้วยมุมนักท่องเที่ยว เพิ่งได้มามองมุมกลับ เราทำความเดือดร้อนให้ผู้คนแถวนั้นกันโดยไม่รู้ตัวจริงๆ จากนี้ไป ไปเที่ยวที่ไหนจะระวังคะ
ความหวังดีจะให้เป็นมรดกโลกกลับเป็นการรบกวนคนในพื้นที่นะคะ คุ้มมั้ยเนี่ย ...