บ่นไปรษณีย์ -_-#
หลังจากที่เริ่มใช้ชีวิตอยู่กับกล่องจนเคยชินไปได้พักนึง ข้าวของก็ค่อยๆทยอยมาส่งทีละอย่าง (บางอย่างใช้เวลาสั่งของนานมากราวกับเพิ่งไปสั่งโรงงานในไทยให้ผลิต) ตอนนี้บ้านเริ่มมีความเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์มากขึ้น (แต่เต็มไปด้วยอันตรายสำหรับเด็กชายอาคิ) -_-; <-- สำหรับอาคิคงประมาณว่ามีของน่าเล่นเยอะแยะเต็มไปหมด
แม่ก็เข้าสู่โหมดเตรียมของกลับไทย เก็บสะสมได้สามกล่องแล้ว เลยจะส่งกลับไทยก่อนเลยรอบนึง (น่าจะยังมีอีกกล่องสองกล่อง) <-- จะพอๆกับกล่องที่เราย้ายบ้านมาอยู่แล้ว มิน่าทำไมตอนย้ายบ้านกล่องมันเยอะๆ.. เป็นของแม่อยู่สี่ห้ากล่องนี่เอง.. -_-;
ด้วยความที่ของหนักและทางไปรษณีย์เค้าก็มีบริการมารับของให้ที่บ้าน ก็เลยโทรไปเรียกมา จริงๆเราเขียนใบแปะหน้าเอาไว้หมดแล้ว (เพราะเคยไปขโมยมาไว้เยอะ) แต่พออีตาไปรษณีย์มาถึง... ก็บอกว่า...
ตอนนี้เปลี่ยนกฎใหม่แล้ว ถ้ามีของหลายอย่างในกล่องต้องเขียนแยกทุกอย่างว่ามีอะไรบ้่าง อย่างละกี่ชิ้น น้ำหนักแต่ละอย่างและราคาแต่ละอย่างเท่าไหร่ โดยจะมีแบบฟอร์มมาให้อีกต่างหาก ถ้าจะขายต้องบอกด้วยอีกต่างหากว่าของผลิตในประเทศอะไร
@_@;
ขนาดนั้นเลยเหรอวะ... เป็นไรมากไหมเนี่ย...
ทำให้เราต้องรื้อของออกมาใหม่ทั้งหมดเพื่อเขียนกรอกแบบฟอร์มว่ามีอะไร กี่ชิ้น น้ำหนักกี่กรัม ราคาเท่าไหร่.. -_-; (ต้องกรอกเป็นสองภาษาด้วยทั้งภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษ)
บอกตามตรงว่าขี้เกียจโคตรๆ -_-# ทำยังกับว่ากรอกไปด้วยความซื่อสัตย์แล้วศุลกากรเค้าจะเชื่อในความจริงใจของเราและจะไม่เปิดของของเราออกดู..
แล้วมันจะมีทำไมวะไอ้ขั้นตอนนี้เนี่ย... -_-;
บุรุษไปรษณีย์ก็ทิ้งแบบฟอร์มไว้ให้ปึกนึงแล้วก็จากไปอย่างไร้เยื่อใยจนกว่าเราจะไปรื้อของมากรอกใหม่จนเสร็จ.. ไอ้ของส่วนใหญ่ก็เป็นของใช้แล้วที่ไม่มีมูลค่าและไม่สามารถตรัสรู้ได้ว่าน้ำหนักกี่กรัมเพราะเครื่องชั่งน้ำหนักที่บ้านไม่ได้มีไว้ตวงแป้งสาลีขาย -“-; ทำให้ต้องเกิดการกะประเมินทั้งน้ำหนักและราคาของหลายอย่าง... สรุปว่ามั่ว.. ไม่เป็นความจริง ไม่น่าเชื่อถือ ศุลกากรก็ต้องเปิดออกดูอยู่ดี
แล้วให้กรูเขียนทำไม.. เมิงช่วยเปิดพิจารณากันให้สนุกสนานไปเลยได้มั้ย...
ไอ้ของบางอย่างก็ไม่รู้ทั้งภาษาญี่ปุ่น อังกฤษ.. หรือแม้แต่ภาษาไทย (หรือพูดง่ายๆ กรูไม่รู้จะเรียกมันว่าอะไรดี...) -_-; บางอย่างแบบว่าเป็นของ Hand made ที่ยังไม่รู้จะเอาไปทำอะไรดี.. (กรูยังจับจุดตัวเองไม่ได้เลยค่ะคุณพี่บุรุษไปรษณีย์) แล้วแม่ก็มีของเล็กๆน้อยๆที่แบบว่ายัดๆไปเพราะที่มันเหลือๆ... แล้วอาเฮียก็บอกหน้าเครียดว่าเสื้อผ้าก็ห้ามเขียนรวมว่าเสื้อผ้า ต้องเขียนแยกว่าเสื้อเชิ๊ตกี่ตัว กระโปรงกี่ตัว... ระบุด้วยว่าเป็นของใช้แล้วหรือยังไม่ได้ใช้ เป็นของขวัญให้ใครต้องเขียนชื่อคนที่เราจะให้ด้วย (มันเป็นไรมากป่าววะไอ้นี่ จะอยากรู้อะไรชีวิตส่วนตัวกรูมากนี่)
นี่กรูต้องบอกด้วยหรือว่ามีกางเกงในที่กรูใช้แล้วไปกี่ตัว... ต้องบอกไหมว่าสีอะไร ใช้มากี่ปี เคยใส่ไปไหนมาบ้าง... -_-;
เราว่าในความเป็นจริงก็ไม่มีใครเขียนละเอียดขนาดนั้น (และคงนึกด่าในใจเหมือนกัน..) สรุปว่าก็ต้องระแวงเปิดดูอยู่ดี.. วกกลับเข้ามาเรื่องเดิมว่า อย่าให้กรูเขียนได้ม้ายยยยย กรูขี้เกียจอย่างมากกกกก
ความรู้สึกเหมือนคิดว่าส่งรายงานให้เสร็จๆแล้วโดนอาจารย์ให้กลับมาแก้แบบไม่รู้ว่าต้องการให้แก้อะไร... -_-;
แถม.. ตอนย้ายบ้านเราไปแจ้งที่ไปรษณีย์ไว้แล้วว่าตั้งแต่วันที่ 29 มีนา จดหมายที่มาที่อยู่เก่าในชื่อเราให้โอนไปส่งที่ที่อยู่ใหม่ทั้งหมด (เป็นบริการฟรีของทางไปรษณีย์อยู่แล้ว)
ปรากฏว่ามีเอกสารตัวนึงที่ไอ้อ้วนแว่นมันรออยู่ ไม่มาซะที ก็สงสัยว่ามันไปตกอยู่ที่เก่า เราเลยต้องแวบไปดูมา (ดีว่ามันใกล้ที่ใหม่อยู่แล้ว)
มีจดหมายไปตกอยู่ที่นู่นตั้งหลายฉบับ.. -_-; แล้วเราต้องใช้ตัวเลขรหัสไปไขออกมา นี่ถ้ามีคนเข้ามาอยู่ใหม่แล้วเราก็กลายเป็นหัวขโมยดีๆนี่เอง... ทำไมต้องทำพฤติกรรมเสี่ยงคุกเช่นนี้เนี่ย
ไอ้อ้วนแว่นก็โวยวายหาว่าเราไม่ทำเรื่องให้เรียบร้อย (จะต่อยกันอยู่แล้ว) โทรไปถามไปรษณีย์เพื่อเช็ค เค้าก็บอกว่าเราทำเรื่องเรียบร้อยแล้ว ได้รับแจ้งไว้แล้วนะ..
แล้วเมิงเอาไปส่งที่เก่าทำไมเล่าาาาาาาาา ช่วยบอกบุรุษไปรษณีย์ของเมิงด้วยยยยย ผัวเมียเกือบจะตบกันตายเพราะพลาดเอกสารสำคัญอยู่แล้ว -_-# ไอ้เราก็นึกว่าไม่มีปัญหาเพราะจดหมายบางอย่างมันก็โอนมาส่งให้เป็นการปกติอยู่นี่หว่า.. กลายเป็นว่าบางฉบับก็มา บางฉบับก็ไม่มา ขึ้นอยู่กับอารมณ์อาเฮียบุรุษไปรษณีย์..
ตั้งแต่ไปรษณีย์เปลี่ยนเป็นเอกชนนี่มีเรื่องประสาทหลายอย่าง.. -_-; จะมองโลกในแง่ดีว่าเพิ่งเปลี่ยนระบบใหม่ อะไรๆอาจจะยังไม่เรียบร้อย หวังว่าอีกสองสามปีจะเรียบร้อยลงตัวซะทีนะ..
อื่นๆ>> http://hayashikisara.warabimochi.net
kisara
10 เม.ย. 2551 เวลา 08:32 น.
จะเสร็จไหมเนี่ยตัว
แค่อ่านยังขี้เกียจตามไปด้วยเลย
จะเป็นเฮียแว่นหนา หรือแม่บ้านไทย...
:P
หลังๆ มานี่แอบเห็นคุณโบว์พกความอัดอั้นไว้บ่อยครั้ง
แล้วเปลี่ยนสรรพนามเรียกคุณฮายาชิไปแล้ว ป่อยย..
มันคงเป็นสัจธรรมแห่งครอบครัวที่สมบูรณ์
ที่สักวันเราก็คงต้องเจอกับตัวเองสินะ
เฮ้อออ ^_^
เข้มแข็งและอ่อนโยนเสมอนะครับ
คุณแม่บ้านผู้เก่งกาจ (น่าเขียนนิยายยอดมนุษย์
ที่มีตัวเอกเป็นแม่บ้านมั่งจริงๆ นะเนี่ย ฮี่ๆ)
^^
เป็นเค้าก็ขี้เกียจ
นั่นดิจะให้ทำทำไม ^^"
เรื่องไปรษณีย์เนี่ยะ เพื่อนเคยส่งของมาให้จากอเมริกาค่ะ เขียนใบแปะหน้ามาอย่างดี ว่ามีอะไรบ้างอย่างละเอียด
แต่พอมาถึงเมืองไทย ก็โดนศุลกากรแกะอยู่ดี (ไม่รู้มันจะให้เขียนเพื่ออะไรเหมือนกันค่ะ ) แถมยังมีการเก็บภาษีด้วยค่ะ ทั้งๆที่ของที่ส่งมา มันก้เสียภาษีมาให้แล้ว แต่ศุลกากรไทยก็ยังเก้บอีกค่ะ เซ็งไปเลยเหมือนกันค่ะ
แทบจะต่อยกับไปรษณีย์ละ
อะไรมันจะละเอียดปานนั้น ให้เขียนทุกอย่าง
มีกี่ชิ้น ชิ้นละเท่าไหร่
ก็ไปส่งกันกับพี่ในแล็ปสองคน
มันเป็นขวดพลาสติกขนาดเล็กๆ เองพี่
มันก็จะให้เขียนว่าราคาเท่าไหร่ มีกี่ชิ้น
อืม...อืม...
อารมณ์ว่าเราก็ตีมูลค่าไม่ได้
ก็เลยเขียนไปอันละพันสามร้อยเยน ฮ่า ฮ่า
แล้วมันมีอยู่เกือบยี่สิบ
สิริรวมเราก็ประเมิณไปว่า สองหมื่นเยน
แต่พอไปถึงเค้าท์เตอร์มันก็กดเครื่องคิดเลข
และบอกว่า 20800 เยนไม่ใช่หรอ
จ๊ากกกกกกกกก ประเทศนี้ไม่รู้จักคำว่าประเมิณหรือนี่
จะบ้ากันไป กว่าจะส่งเสร็จ วุ่นวายอยู่เกือบชั่วโมง ทั้งที่ความจริงมันไม่น่าจะนานขนาดนี้
เห่อๆ
อะไรมันจะละเอียดละออ ขนาดน้านนน
อาคิสนุกใหญ่เลยหล่ะซิ โอย น่ารักจริง ๆ
อยากเห็นรูปบ้านใหม่ค่า
ส่งแบบจิปาถะอย่างน้ ใครกันจะไปเขียนจาระไนได้หมดขนาดนั้นล่ะ
แต่ถ้าอดทนไป อีกหน่อยก็ได้อยู่ในที่ ๆ เป็นสัดส่วนของตัวเอง น่าภูมิใจเนาะ (*^-^*)
(@_@) แต่ส่งของทำไมมันต้องเขียนละเอียดขนาดนั้นด้วย (-- --") เอาไปเป็นของขวัญให้ใครต้องบอกทำไม อันนี้งงจริง ๆ เลยคับ (__ __!) โฮ่..
น่ากลัวจริงๆ ไปรษณีย์ประเทศนี้ - -"
ท่าทางจะกลัวมา แบบพวกสั่งของ แล้ว ส่งออกไปขายที่อื่น
เอิ๊กก
เรื่องเยอะได้อีกกก
ศุลกากร ก็คงจะเต็มที่ เอิ๊กกกกก
ถ้าเกกิดซื้อของเล่น แล้วดันมีหลาน สัก 7 - 8 คน นี่ไม่ตาย จ่ายค่าภาษาบางเรยเร๊อะเนี่ย
(เคยโดนมาทีนึง ค่าที่จ่าย ครึ่งนึงของค่าของเล่น อ๊ากกก)
ญี่ปุ่นนี่บางระบบก็ดีเลิศ แต่บางระบบก็ตลกไปเลยจริงๆนะคะเนี่ย
ใครเค้าจะมามีเวลามานั่งกรอกข้อความเยอะขนาดนั้น
-_-"
อ่านแล้วน่าโมโหจริง ๆ นะครับ
เพราะ ISO ของญี่ปุ่นก็ออกจะล้ำหน้ากว่าประเทศไหน ๆ
ไม่น่ามาตกม้าตายแบบนี้เลยน่ะครับ
ส่วนเรื่องรายละเอียดของที่ส่งมาไทยที่พี่โบว์ต้องกรอก
ชินมองว่า อาจจะเป็นเพราะทางไปรษณีย์ญี่ปุ่น
ต้องการทำให้เป็นมาตรฐานหรือเปล่าครับ ?
จริงอยู่ที่ว่า ยังไงก็แกะอยู่ดี แต่ชินเชื่อว่าคงเป็นแค่ระยะต้น ๆ น่ะครับ
เพราะศุลกากรไทยก็ใช่ว่าจะมีเจ้าหน้าที่พอกับของที่ส่งเข้าไทยในแต่ละวันน่ะครับ
ถ้ารายละเอียดบนกล่องตรงกับของในกล่องมากขึ้น อีกหน่อยเจ้าหน้าที่ก็คงสุ่มตรวจเป็นบางกล่องน่ะครับ
p.s. ไงก็ใจเย็น ๆ นะครับ เพราะถ้าผ่านช่วงนี้ไปได้ คงเบาขึ้นอีกเยอะเลยน่ะครับ
เปลี่ยนเป็นเอกชนแล้วเพี้ยนจริงๆค่ะ
แล้วจะรู้ว่ามันจะมีคำถามประเภทเนี้ย เพียบ
ไอ้นี่อะไร
ราคาเท่าไหร่
ใช้ที่ไหน
มาจากไหน
ส่งให้ใครต่อ
ไหนหลักฐาน
อันนี้คำถามหลัก
มันมีคำถามย่อยอีกนะ -*-
ตอนที่ไปแร่ดโอซาก้าปีที่แล้ว พอเอาขนของ 30 กิโลไปไปรษณีย์
(แบกกันไปเอง ถือโอกาสเดินเล่นไปด้วย)
ยัดของใส่กล่องเสร็จเพิ่งมาบอกอิฉันว่าต้องเขียนว่าใส่อะไรลงไปบ้าง
ราคาเท่าไหร่ ... เอ่อ ลุงอ้ะ หนังสือ 27 กิโลลุงคิดว่ามีกี่เล่มคะ ? แล้วยังมีของไร้สาระอีก
สุดท้ายกะเหรี่ยงสองตัวนี่ก็มั่วไปตามเรื่องตามราว