Kyoto International Manga Museum m(_ _)m
วันก่อนทางโตชิบาโทรมาแล้ว..
บอกว่าเมนบอร์ดเสีย... -_-; (อย่างที่คิดไว้) ต้องซ่อมโดยเสียค่าใช้จ่าย 6-7 หมื่นเยน...
ทำอย่างงี้ได้ไงฟะ... -_-; ก็เพิ่งเปลี่ยนไปเมื่อเดือนกันยา มันจะเสียอะไรกันบ่อยๆ.. เมนบอร์ดนะเว้ย ไม่ใช่คีย์บอร์ดกิ๊กก๊อกจากแผ่นดินใหญ่... -_-#
ให้คุณฮายาชิคุยให้เช่นเคย คุณฮายาชิถามเสียงเครียดไปว่า “บอกมาตามตรงเลยดีกว่าครับว่าเอาของเสียใส่มาให้ใช่ไหม?” (ไม่มีใครบอกหรอก) สตาฟก็รีบปฎิเสธ แล้วก็งู้นงี้ ประมาณว่าต้องเป็นไปตามกฎ ต้องเสียค่าซ่อมตามที่กำหนดไว้ คุณฮายาชิเลยบอกไปว่า “ไปเอาึคนที่ทำให้ไม่เป็นไปตามกฎได้มาคุย แล้วค่อยโทรมาใหม่แล้วกัน” จากนั้นก็ตัดสายเค้าไปเลย @_@;
วันรุ่งขึ้น พี่แกโทรกลับมาใหม่ ตกลงว่าทางโตชิบาจะเปลี่ยนให้ฟรีอีกครั้งนึง
จะเช็คทุกอย่างให้ละเอียดและส่งกลับมาให้ที่บ้านประมาณวันอังคารหน้า
เฮ้อ... -_-; หวังว่าคราวนี้จะอยู่ได้นานนะ..
คือ.. ของเค้าก็ไม่ใช่ว่าไม่ดี โน๊ตบุ๊คโมเดลเดียวกันนี้เราซื้อกันมาสองเครื่อง ของคุณฮายาชิไม่เห็นเคยเป็นไร... ไม่รู้เป็นปัญหาที่การใช้งานหามรุ่งหามค่ำของเราหรืออะไรกันแน่ -_-;
ช่างเหอะ.. อย่างน้อยเค้าก็ยอมเปลี่ยนให้เราฟรีๆอีกครั้ง (แม้เราจะไม่มีประกันแล้ว)
เข้าเรื่องดีกว่า... ^_^;
สำหรับคนที่ชอบการ์ตูนและวางแผนจะมาเที่ยวแถวเกียวโต ขอแนะนำให้แวะไปที่ Kyoto International Manga Museum ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปลายปี 2006 อยู่ที่ Karasuma -Oike (ลงรถไฟใต้ดินสาย Karasuma ลงสถานี Karasuma -Oike แล้วเดินไปนิดเดียว) จะเป็นแนวหอสมุดการ์ตูนที่มีการ์ตูนให้เลือกดูมากมายทั้งการ์ตูนต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นและเรื่องดังๆที่มีการแปลเป็นภาษาต่างๆ บางเรื่องก็หายากและหาดูไม่ค่อยได้แล้ว รวมแล้วมีประมาณ 2 แสนกว่าชิ้นและคิดว่าจะเพิ่มเกิน 3 แสนชิ้นในปี 2008 นี้ด้วย

ยังไม่เคยไปหรอก... ^_^; แต่ก็อยากไปเหมือนกันเพราะได้ข่าวว่าเป็นที่โด่งดังในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ (ไหงงั้น?) พิพิธภัณฑ์การ์ตูนที่เกียวโตนี้เกิดจากความร่วมมือของทางเมืองเกียวโตกับทางมหาวิทยาลัยศิลปะเซกะซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยศิลปะที่มีชื่อเสียงของเกียวโตร่วมกันก่อตั้งขึ้นโดยใช้พื้นที่ของโรงเรียนประถมเก่าที่ปิดตัวเองไป

ไปแล้วก็ต้องเสียค่าเข้า (ไม่มีใครให้เข้าฟรีๆ) ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็กมัธยมต้น/ปลาย 300 เยนและเด็กประถม 100 เยน ถ้ามาเป็นกรุ๊ปทัวร์เกิน 20 คนก็เสียคนละ 400 เยน ที่พิพิธภัณฑ์จะมีการจัดนิทรรศการหัวข้อต่างๆผลัดเปลี่ยนไปด้วย ถ้าต้องการเข้าดูนิทรรศการอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มตามแต่เค้าจะเรียกเก็บ

สำหรับเวลาทำการ.. ปกติเค้าจะเปิด 10 โมงถึง 2 ทุ่ม (เข้าได้ถึงทุ่มครึ่ง) ยกเว้นฤดูหนาวจะเปิดถึงแค่ 4 โมงเย็น ให้เช็คดีๆก่อนไป (ฤดูหนาวปีนี้ถึงวันที่ 21 มีนา) แล้วปีนี้เห็นว่าจะมีวันที่ปิดทำการซ่อมแซมด้วย (ใครอย่าเหวอเผลอไป) คือวันที่ 4-7 กุมภา, 7-10 กรกฎา และ 1-4 กันยา ทั้งนี้ทั้งนั้นกรุณาเช็คจากโฮมเพจเค้าให้รอบคอบก่อนจะไป

ข้อห้ามทั่วไปในการใช้บริการก็เหมือนกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ คือห้ามถ่ายรูป ห้ามถ่ายวีดีโอ ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามใช้มือถือ ห้ามกินห้ามดื่มห้ามพาสัตว์เลี้ยงมาอ่านการ์ตูนด้วยกัน มีที่จอดจักรยานให้ 80 คันแต่ไม่มีที่จอดรถ (อย่าสะเออะขับรถมา) สำหรับคนที่พาเด็กเล็กกว่าเด็กประถมมาก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไร แต่ไม่มีเบบี้คาร์ให้ยืมเหมือนบางที่ ต้องเอามาเอง สามารถเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็กได้ที่ห้องน้ำชั้นหนึ่งและมีห้องพักสำหรับให้นมเด็กได้ กรุณาสอบถามสตาฟของทางพิพิธภัณฑ์เอาเอง ^_^;

หากใครสนใจก็ลองไปแล้วกันนะคะ ^_^; โฮมเพจของพิพิธภัณฑ์ >> http://www.kyotomm.com/international/english/ (ให้อันที่เป็นภาษาอังกฤษแล้วกัน)
ป.ล. ปีนี้มีการประกาศทำนายการเริ่มบานของซากุระออกมาแล้ว คาดว่าจะบานเร็วกว่าที่คิดเล็กน้อย อย่างโอซาก้าจะเริ่มบานประมาณวันที่ 25 มีนา (ใครจะมาช่วงสงกรานต์ที่โอซาก้าเกียวโตอาจจะร่วงโรยไปแล้ว) เกียวโตก็คงไม่ต่างกันมาก (ลืมดู) คาดว่าจะบานเต็มที่ประมาณต้นๆเมษา ใครจะมาดูซากุระขอให้กะกันดีๆนะคะ m(_ _)m
Diary เก่าๆ, นิยาย, Illust >> http://hayashikisara.warabimochi.net/
kisara
2 ก.พ. 2551 เวลา 10:33 น.
(แต่แมวน้ามว่าถ้าเป็นเมืองไทย -- --" ตัดสายไปมันก็คงหายไปเลยอ่ะคับ ไม่มาสนใจลูกค่าหรอก T_T งื๊ดๆ)(ขนาดโทรตามเช้าเย็นยังไม่ค่อยจะได้เรื่องเลย T--T)
(@o@) หอสมุดการ์ตูนนนน กรี๊ดดดดดด น่าไปมาก ๆ อ่ะคับ (@o@) บรรยากาศก็ดีด้วย กรี๊ดๆๆ(T__T) จะไปซักครั้งในชีวิตตต (>Q<)/
ถ้าได้ไปญี่ปุ่นเมื่อไร(ก็เมื่อไรละ -*-)
ก็อยากจะหาโอกาสไปเยี่ยมชมดู
ขอให้เปลี่ยนซ่อมคอมครั้งนี้
ใช้ได้ทนนาน....^^
ผมใช้ น้องฟูจิซึ ไลฟ์บุค
อึดจนน่าตกใจ.,ขนาด ร่วงจากมือ ลงไปโหม่งพื้น ยังไม่สะทกสะท้าน.,.
ที่ซื้อเพราะมีโปรโมชั่นแถมประกันตก กระแทกด้วย.,. เช็คและซ่อมฟรี 5 ปี ตอนนี้เหลือ อีก 3 ปี ใช้แบบสบายใจ.,.
แต่ก็แอบกลัว.,. ว่าหลังจาก 5 ปีไปแล้วมัน
ก็เริ่มจะออกอาการพัง.,
มาคิดอีกที 5 ปี พังไปก็คุ้ม หาเครื่องหใม่มาใช้ดีก่า.,. หุหุ
เพิ่งรู้กันเลยทีเดียว เรื่องมังกะมิวเซ๊ยมเนี่ยพี่
ฮ่า ฮ่า
ปล. มันก็คงจะเป็นแบบที่พี่ว่า
มันบานเร็วมาก
บางทีปีหน้าเราอาจจะได้ดูตอนเดือนกุมภา
แต่อย่าเลยดีกว่าเนอะพี่
เอิ๊ก
คิดถึงอาคิมาสะคุง
โฮ่ๆ
ไว้มีนาจะไปหานะพี่
มีประกัน แบบ ตก หรือกาแฟหกซ่อมให้ค่ะ
ใช้มาหลายปี เคยมีปัญหาตอนแรกๆ
เหมือนตรงบานพับหน้าจอไม่ค่อยดี
วันรุ่งขึ้น เค้ามาเปลี่ยนให้
ตอนแรกก็นึกว่าจะเปลี่ยนบานพับ
ปรากฎว่า เปลี่ยนจอให้เลย
ประกันไฮโซดีจริงๆ
เก็บเงินอีกหน่อย ซื้อใหม่ดีกว่ามั้ยน่ะ
พิพิธภัณฑ์การ์ตูนสวยดีค่ะ ถ้าคนรักการ์ตูนเข้าไปคงไม่ได้ออกมาง่ายๆ
มังกะมิวเซี่ยม เห็นแว้บๆในโฆษณาที๋โรงแรมตอนไปเกียวโต แต่ดันไม่มีเวลาไป ตอนนี้เสียดายมากๆ อยากไปจังเลย
แถมถ้าว่ากันด้วยประสิทธิภาพแล้วก็เป็นอันดับ 1 เหมือนกัน
(ได้ข่าวว่าสูสีกับ Dell)
ชินก็เลยแอบแปลกใจว่า ตกลงอะไหล่หรือช่างกันแน่ที่ไม่มีคุณภาพน่ะครับ
แต่ก็ชื่นชมการกระทำของพี่ฮายาชินะครับ
เพราะพี่ฮายาชิทำถูกแล้ว เมนบอร์ดเพิ่งเปลี่ยน แล้วมีปัญหาแบบนี้
ทำไมเราต้องเสียตังค์ด้วยล่ะ
มันฟังแล้วไม่ make sense เลยน่ะครับ
p.s. โน้ตบุ๊คชินเป็นของ Asus น่ะครับ
ถ้าเข้าโหมดช่วงวันหยุด ก็จะเปิดบิททิ้งไว้ตั้งแต่คืนวันศุกร์
จะปิดอีกทีก็คือเช้าวันที่ไปทำงานวันแรกของสัปดาห์
มังกะมิวเซียมมม พูดแล้วป่านนี้ยังไม่ได้ไปจิบุริมิวเซียมเลย
อย่างงี้จะไม่เสี่ยงซื้อแน่นอนเลย
ฝ้ายจังวางทิ้งไว้ในห้องเฉย ๆ อยู่ดี ๆ เมนบอร์ดก็เจ๊งเอาได้
แถมตอนนั้นกลับมาเมืองไทยแล้วด้วย
แต่เค้าก็ดีนะ ส่งคนมารับถึงบ้านที่เมืองไทย ขนไปซ่อมที่ญี่ปุ่น
แล้วส่งกลับบ้านให้อีกที
(แต่แน่นอนว่าไม่ได้ติดต่อผ่านโตชิบ้าไทยนะคะ อันนั้นน่ะ ไม่ได้เรื่องเลย)
ส่วนของหลาจี่ ขนไปมา ไม่เคยวางอยู่กับที่ได้เกิน 2 วัน
กระแทกโน่นกระแทกนี่ ทำหล่นไปหลายรอบ
ปัจจุบันยังถึกดีไม่มีปัญหา
แล้วแต่ดวงจริง ๆ ค่ะ
ตอนแรกหลาจี่กับฝ้ายก็จะไปพิพิธภัณฑ์การ์ตูนเหมือนกันเจ้าค่ะ
แต่สุดท้ายด้วยความเรื่อยเปื่อยของสองตัวนี้เลยทำให้ไม่ได้ไป
คิดว่าเหตุผลที่ดังในหมู่ต่างชาติ
เพราะตรงสถานีรถไฟเพื่อเข้าเมืองมันมีโฆษณาไว้น่ะเจ้าค่ะ
บรรดาโอตะที่มาเยือนคันไซทุกคนน่าจะเห็นป้ายโฆษณานี้