ห้ามขี่จักรยานใชมือถือหรือร่ม... เริ่มวันนี้! ^_^
ยังค่ะยัง... พอเข้าเดือนใหม่ปุ๊บ... จะหายไปเลยก็กระไรอยู่ ^_^; ก็อัพเหมือนเดิมล่ะค่ะ สองสามวันครั้ง ยังรู้สึกว่ามีเพื่อนแค่ในไดอารี่กับในบล็อค T^T และยังชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านอยู่ (แม้จะคอมเม้นท์บ้างไม่คอมเม้นท์บ้างก็ตาม) <-- หลายๆคนบางทีก็ไปอ่านตลอดนะคะ แต่ไม่รู้จะคอมเม้นท์อะไร ^_^;
เมื่อคราวที่มาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่นเมื่อเกือบ 15 ปีที่แล้ว ต้องใช้จักรยานเป็นพาหนะขี่ไปโรงเรียนตลอดเกือบทั้งปี โดยปกติแล้วไม่ค่อยได้มีโอกาสขี่จักรยานตอนอยู่ที่ไทยเท่าไหร่ @_@; พอต้องมาขี่ไปโรงเรียนจากบ้านโฮสประมาณ 20 นาที (ขึ้นเนินนรกอีกต่างหาก) เลยรู้สึกว่ามันเหนื่อยมากกกก ปีนั้นจักรยานล้มประมาณ 4-5 ครั้ง (ลมก็แรง ไหนจะฝน ไหนจะหิมะ -_-; เมืองที่ไปอยู่มันโล่งอีกต่างหาก มีแต่เขา) โชคดีที่บ้านโฮสเป็นคลีนิค (โฮสเป็นหมอ) บาดเจ็บเลือดสาดขาแพลงอะไรรักษาฟรี...
ตอนนั้นรู้สึกทึ่งคนญี่ปุ่นที่มันขี่จักรยานมือเดียวแล้วถือร่มไปด้วยมาก -_-; จริงๆมันไม่ได้เป็นความสามารถพิเศษอะไรที่คนทำได้ 2 ใน 10 อะไรอย่างนี้ เพราะเห็นทำกันได้เกือบทุกคน (7 ใน 10 เลยมั้ง) คือทุกคนสามารถขี่จักรยานถือร่มไปด้วยได้ @_@; ไอ้อ้วนแว่นก็เช่นกัน... ในเมื่อมันขี่ไปด้วยถือร่มไปด้วยได้ มันก็สามารถคุยมือถือไปด้วยขี่จักรยานไปด้วยได้อีกต่างหาก ขี่จักรยานไปส่งแมสเสจไปด้วยยังได้เลย...
ทว่า... ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ( 1 กรกฏา) ในโตเกียวและบางพื้นที่จะห้ามใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างขี่จักรยาน และยังห้ามถือร่มมือเดียวขี่จักรยานด้วย (แต่อ้วนแว่นใส่เสื้อกันฝนมาได้ซักพักแล้ว เพราะทางบริษัทออกกฏมาห้ามก่อน) ใครไม่ทำตามแล้วซวยเจอตำรวจก็จะโดนปรับประมาณ 5 หมื่นเยน แต่ช่วงแรกคงโดนตักเตือนก่อน
ใครไม่ชอบใส่เสื้อกันฝน (คัปปะ) ก็ไปซื้อด้ามจับร่มมาติดกับจักรยานเหมือนที่ป้าๆโอซาก้าเค้าใช้ซะ (แต่บางคนก็ไม่ยอมใช้อีก หาว่ามันเฉิ่มเชยเหมือนป้า) <-- ก็ป้าเป็นผู้ริเริ่มนี่หว่า มันก็ปลอดภัยดีในระดับหนึ่ง แต่ถ้าวันไหนลมแรงก็น่ากลัวเหมือนกัน @_@; ใส่เสื้อกันฝนไปแหล่ะ อาจจะดูประหลาดๆบ้าง เชื่อสิว่าเดี๋ยวจะต้องมีแฟชั่นเสื้อกันฝนสวยๆไฮโซออกมาหลังจากห้ามถือร่มกันแล้วเนี่ย ขี้คร้านคนนึงจะมีเสื้อกันฝนซักสามตัวเอาไว้ใส่อวดกัน
นอกจากนี้ยังมีข่าวดีคืออนุญาตให้คุณแม่ลูกอ่อนสามารถเอาลูกขี่จักรยานซ้อนสามได้แล้ว หากใช้จักรยานที่ได้มาตรฐานตามที่กำหนด (ทว่าราคาคันนึงเกินแสนเยนทั้งนั้น @_@;) มาตรฐานความปลอดภัยมักจะมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเสมอ -_-;
หลายคนอาจจะงงๆว่ามันห้ามกันด้วยเหรอ? เพราะเห็นบรรดาแม่ๆเค้าขี่จักรยานพาลูกซ้อนหน้าซ้อนหลังไปซื้อของหรือไปไหนต่อไหนกันเป็นประจำ จริงๆแล้วตามกฏเค้าก็ห้าม ถ้าตำรวจเห็นก็โดนเรียกเหมือนกัน คือมันก็อันตรายจริงๆนะ ถึงหลายคนจะใส่หมวกกันน็อคให้เด็กๆก็ตาม หรือถึงเราจะมั่นใจในตัวเองว่าขี่จักรยานได้เก่งได้แข็งแค่ไหน แต่เด็กสองคนก็หนักนะ พลาดนิดเดียวรถล้ม บางทีมีรถมาข้างหลังอีกต่างหาก...
ภาพจาก 47news.com
มีเด็กเสียชีวิตหลายคนทุกปีเพราะแบบนี้... -_-; แต่ก็เข้าใจคุณแม่ที่ไม่มีทางเลือก เพราะมันทำอะไรไม่ได้ จะทิ้งลูกไว้ที่บ้านก็ไม่ได้ เลี้ยงลูกคนเดียวในประเทศนี้มันลำบากจริงๆนะเฮ้ย ของก็ต้องซื้อ กับข้าวก็ต้องทำนี่หว่า... แต่อริสราไม่เคยคิดจะเอาลูกขี่จักรยานซ้อน (เพราะขี่คนเดียวยังล้มบ่อยๆอย่างที่บอกมาข้างต้น ปรับต่ำสุดแล้วขายังไม่ถึง รูปร่างดีจัด) และคุณฮายาชิยังห้ามเด็ดขาด เกิดอะไรขึ้นมันไม่คุ้มกัน -_-;
ก็เดินกันไปแล้วกันสองคนแม่ลูก ร้อนๆนี่แหล่ะ...
ที่จริง ขี่จักรยานที่ญี่ปุ่นก็ห้ามซ้อนท้ายอยู่แล้ว (แม้จะเห็นบ้างตามฉากละคร) ถ้าตำรวจเห็นก็จะโดนเรียกให้ลงมาเดินซะดีๆ (เคยโดนเรียกสองสามครั้ง) แถมบางทีโดนเช็คจักรยานแถมอีกต่างหากว่าเป็นจักรยานที่ขโมยมาหรือเปล่า -_-; แต่ตำรวจก็ใจดี เรื่องเล็กๆน้อยๆก็ไม่ได้ปรับอะไร จะโดนตักเตือนนิดหน่อย
ยังมีอีกอย่างที่เริ่มวันนี้เช่นกัน...คือการแลก point สะสม Eco point จากรัฐบาลเวลาืซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เคยพูดถึงไปเมื่อสองเดือนที่แล้ว... ตกลงเค้าให้แลกเป็นคูปองแทนเงินสดหรือบัตรกำนัลสินค้า ไปเช็คจากร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เราซื้อมาได้ ใครสะสม point อะไรไว้ก็ไปแลกได้ค่ะ ^_^
ป.ล. วันนี้ว่าจะเขียนนิยายต่อแต่ก็ยังไม่ได้เขียน -_-; ตื่นแต่เช้า อาคิมันก็ตื่นเช้าด้วย แล้วก็ไม่ยอมนอนกลางวัน แล้วมันดันหลับไปตอนสี่ห้าโมงอีกแล้ว -_-; จะไปตื่นกี่โมงเนี่ย สงสัยคืนนี้เราจะไม่ค่อยได้นอนอีก จริงๆวันนี้ก็พาไปวิ่งนานมากนะ (สองชั่วโมง) แต่ก็ไม่เห็นมันจะเหนื่อยหรือง่วงเลย... หาเวลาส่วนตัวหรือทำอะไรมันช่างยากเย็น T^T
kisara 1 ก.ค. 2552 เวลา 18:02 น.